corruption-and-community-1

“ชุมชน” กับการแก้ปัญหา “คอร์รัปชัน”

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้ประกาศดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index : CPI) ซึ่งผลการจัดอันดับในปีพ.ศ. 2555-2559 แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีปัญหาการคอร์รัปชันในระดับสูงและมีแนวโน้มจะสูงขึ้น จึงเป็นที่มาของการให้ความสำคัญและการเร่งรณรงค์ขับเคลื่อนเพื่อให้สังคมไทยปลอดจากการทุจริตคอร์รัปชันอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นไปที่ระดับชุมชน ซึ่งเป็นสังคมรากฐานที่มีความสำคัญต่อการพัฒนา ส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งการมีบทบาทในการพัฒนาประเทศ

โครงการวิจัย “แนวทางการพัฒนาระบบและกลไกเพื่อพัฒนาชุมชนให้เป็นสังคมที่ปลอดคอร์รัปชันโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน : กรณีศึกษาชุมชนในเขตบางเขน เขตสายไหม เขตดอนเมือง และเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร” ได้ทำการศึกษาสาเหตุและสภาพปัญหาของการคอร์รัปชันในชุมชน ซึ่งมีรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย จากการสำรวจช่องทางที่เกิดมากกว่ารูปแบบอื่น ๆ คือ

1. การยักยอกเงินของสมาชิกชุมชนเพื่อใช้จ่ายส่วนตัว โดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ ที่ขาดการถ่วงดุลโดยบุคคลอื่น

2. การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีการฮั้วกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ประกอบการ

3. การละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการชุมชนที่ต้องทำให้เกิดความโปร่งใสในการทำงาน

4. ไม่มีการชี้แจงบัญชีรายรับรายจ่ายของชุมชน รวมทั้งไม่มีการจัดทำบัญชีสิ่งของบริจาคเพื่อชุมชนจากหน่วยงานภายนอก

จากรูปแบบและช่องทางการคอร์รัปชันในชุมชนทั้ง 4 พื้นที่ข้างต้น งานวิจัยได้เสนอทฤษฎีและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ในการนำมาปรับใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันและแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในชุมชน ซึ่งหลักธรรมาภิบาลมีองค์ประกอบสำคัญหลัก ๆ ที่นำมาใช้แก้ปัญหาการคอร์รัปชันในชุมชน ได้แก่ 1. หลักการมีส่วนร่วม (Participation) 2. หลักความเสมอภาคที่ครอบคลุมและทั่วถึง (Equity and Inclusiveness) 3. หลักนิติธรรม (Rule of law) 4. หลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้ (Transparency) 5. หลักการมุ่งหาฉันทามติ (Consensus Oriented) 6. หลักความรับผิดชอบ (Accountability) 7. หลักการตอบสนอง (Responsiveness) และ 8. หลักประสิทธิผลและประสิทธิภาพ (Effectiveness and Efficiency)

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าต้องมีการจัดให้มีระบบและกลไกในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในชุมชนของพื้นที่ศึกษา อันประกอบด้วย 8 องค์ประกอบ ได้แก่

การดำเนินงานในรูปคณะกรรมการ หรือการทำงานเป็นทีมใช้ระบบการถ่วงดุล เป็นการทำงานที่ต้องมีการปรึกษาหารือเพื่อให้ได้ข้อตกลงร่วมกันของชุมชน ซึ่งเป็นไปตามหลักการมีส่วนร่วมและหลักความเสมอภาคที่ครอบคลุมและทั่วถึง เป็นการทำงานในรูปของคณะกรรมการที่มาจากตัวแทนของชุมชน มีการแบ่งอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดการถ่วงดุลตามหลักนิติธรรม

การทำงานของคณะกรรมการชุมชนเน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้ คณะกรรมการชุมชนที่เป็นตัวแทนชุมชนต้องทำงานโดยยึดหลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ต้องเปิดเผยข้อมูลของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงิน ตลอดจนข้อมูลอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนให้สมาชิกชุมชนทราบ รวมถึงจัดให้มีช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ และพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง

การมีบัญชีรายรับรายจ่ายของชุมชน คณะกรรมการชุมชนต้องจัดทำระบบบัญชีชุมชน และมีการลงบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างชัดเจน รวมถึงบัญชีสิ่งของบริจาคชุมชน เพื่อให้เป็นไปตามหลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้

การจัดเอกสาร แบบฟอร์ม/กติกาเบิกจ่ายเงินเพื่อการตรวจทาน ต้องมีการจัดทำเอกสาร แบบฟอร์มและกำหนดกติกาการเบิกจ่ายเงิน เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบของชุมชน

กิจกรรมที่ผ่านการรับรู้และมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน การดำเนินกิจกรรมใด ๆ ของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการเงินต้องผ่านการรับรู้และการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนอย่างแท้จริงทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การวางแผนโครงการ การดำเนินโครงการตามแผน การประเมินผลโครงการ และการนำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาในกิจกรรมต่อไป โดยให้เป็นไปตามหลักการมีส่วนร่วม

องค์กรภาครัฐที่สนับสนุนงบประมาณให้แก่ชุมชน มีการกำกับ ติดตาม และยึดถือระเบียบอย่างเคร่งครัด หน่วยงานที่สนับสนุนงบประมาณให้แก่ชุมชนจะต้องมีการกำกับ ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และยึดถือระเบียบการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ต้องเปิดเผยรายละเอียดของโครงการและจำนวนงบประมาณที่จัดสรรต่อสาธารณะ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประหยัดและคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน

การควบคุม กวนขันในการจัดซื้อจัดจ้างของเขตพื้นที่ พร้อมการลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง หน่วยงานที่กำกับดูแลชุมชนและมีการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อสนับสนุนชุมชนจะต้องควบคุม กวดขันการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ หากพบว่ามีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าว ผู้มีอำนาจหน้าที่จะต้องมีการลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเข้มงวดและจริงจัง

ชุมชนปลอดคอร์รัปชันโดยสร้างหลักธรรมาภิบาลให้อยู่ในวิถีชุมชน การดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงินชุมชน คณะกรรมการชุมชนในฐานะผู้ขับเคลื่อนชุมชนต้องดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันของชุมชนโดยยึดถือปฏิบัติตาม 7 องค์ประกอบข้างต้น เพื่อให้ชุมชนที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นชุมชนที่ปลอดคอร์รัปชันภายใต้หลักธรรมาภิบาล ซึ่งจะทำให้ชุมชนมีภูมิคุ้มกัน เกิดพลังจากการมีส่วนร่วมของสมาชิกในชุมชน ซึ่งสมาชิกชุมชนเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการป้องกันและแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันของชุมชน (People is the Center of the Solution) ส่งผลให้เกิดการพัฒนาชุมชนและสมาชิกให้เข้มแข็งได้ต่อเนื่องและยั่งยืน นำไปสู่ “ชุมชนปลอดคอร์รัปชัน” อันเป็นส่วนสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมปลอดคอร์รัปชันในชุมชนซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ

ที่มา: โครงการวิจัยเรื่อง “แนวทางการพัฒนาระบบและกลไกเพื่อพัฒนาชุมชนให้เป็นสังคมที่ปลอดคอร์รัปชันโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน: กรณีศึกษาชุมชนในเขตบางเขน เขตสายไหม เขตดอนเมือง และเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร” โดย อมรรัตน์ กุลสุจริต และคณะ (2561) สนับสนุนทุนวิจัยโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

เรียบเรียงข้อมูลโดย: ทีมงาน Research Café

00:00
00:00
Empty Playlist