messageImage_1626995368813

กฎหมายการแข่งขันทางการค้าและส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ SMEs ค้าปลีกในเวียดนาม

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อนโยบายทางเศรษฐกิจของเวียดนามคือการที่มีการริเริ่มนโยบายการปฏิรูป ดอย เหมย (Doi Moi) อันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจากการวางแผนเศรษฐกิจจากส่วนกลางเป็นการวางเศรษฐกิจที่เน้นการเปิดตลาดและสนับสนุนธุรกิจภาคเอกชน หลักการในการสร้างเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยกลไกตลาดเริ่มได้รับการยอมรับโดยการกำหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งประเทศเวียดนามปี 1992 จากการเปลี่ยนนโยบายทางเศรษฐกิจ กลไกตลาดนำไปสู่การปรับปรุงสภาวะทางเศรษฐกิจและนำไปสู่การเปิดเสรีด้านเศรษฐกิจของเวียดนาม

จากแนวการปฏิรูปรัฐหรือการกำกับของรัฐต่อระบบตลาดเพื่อให้เกิดระบบเศรษฐกิจแบบตลาดนำไปสู่การตรากฎหมายการแข่งขันทางการค้าของเวียดนามใน ปี 1998 การปฏิรูปเศรษฐกิจเกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการกระทำที่ต่อต้านการแข่งขันจากรัฐวิสาหกิจที่ผูกขาดภายใต้การวางนโยบายเพื่อสร้างการเปิดตลาดเสรีและการแข่งขัน นอกจากนี้เวียดนามมีกฎหมายหลายฉบับที่ช่วยจัดการกับกรณีการกระทำที่ต่อต้านการแข่งขัน ตัวอย่างเช่น กฎหมายการค้า 1997 ที่บัญญัติการคุ้มครองผู้บริโภคจากการให้ข้อมูลเท็จหรือหลอกลวง และการทำส่งเสริมการตลาดที่ไม่เป็นธรรม จนสุดท้ายได้ตรากฎหมายการแข่งขันทางการค้าเลขที่No. 27-2004-QH11 ขึ้น

โดยงานวิจัย โครงการ “กฎหมายการแข่งขันทางการค้ากับธุรกิจ SMEs ค้าปลีก : กรณีศึกษาเปรียบเทียบในประเทศไทย มาเลเซีย และเวียดนาม” ได้ศึกษากฎหมายการแข่งขันและส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ภาคธุรกิจค้าปลีกในประเทศเวียดนามไว้ดังนี้

กฎหมายการแข่งขันของเวียดนาม

จากการที่เวียดนามมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการแข่งขัน เวียดนามจึงมุ่งไปสู่การตรากฎหมายการแข่งขันทางการค้าเพื่อสนับสนุนพฤติกรรมที่เสรีและเป็นธรรมทางธุรกิจ กฎหมายการแข่งขันทางการค้าเลขที่ No. 27-2004-QH11 ได้ตราขึ้นในปี 2004 และมีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคม 2005 โดยกฎหมายการแข่งขันทางการค้าเลขที่ 27-2004-QH11 บังคับใช้กับทุกภาคธุรกิจ รวมถึง วิสาหกิจสาธารณะ รัฐวิสาหกิจผูกขาด สมาคมการค้า และหน่วยงานรัฐ และมีข้อกำหนดในการจัดตั้งองค์กรและกฎข้อบัญญัติ ดังนี้

การจัดตั้งองค์กรตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าเลขที่ 27-2004-QH11

กฎหมายการแข่งขันทางการค้ากำหนดให้มีการจัดตั้งองค์กรสององค์กรคือ สำนักงานการแข่งขันทางการค้า และ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า

  • สำนักงานการแข่งขันทางการค้า

มาตรา 49 กฎหมายการแข่งขันทางการค้าเลขที่ 27-2004-QH11 กำหนดให้มีการตั้งสำนักงานการแข่งขันทางการค้าเพื่อเป็นสำนักงานภายใต้กระทรวงการค้า (Ministry of Trade (MOT) สำนักงานการแข่งขันมีอำนาจหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันและจัดการกับการกระทำที่ต่อต้านการแข่งขันที่ขัดต่อการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจของเวียดนาม ผู้อำนวยการของสำนักงานได้รับการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีภายใต้คำแนะนำจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า ผู้อำนวยการของสำนักงานมีหน้าที่ที่จะต้องจัดการการดำเนินงานของสำนักงานตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย สำนักงานอาจจะสอบสวนคดีจากข้อร้องเรียนหรือจากการเริ่มคดีของสำนักงานเอง หรืออาจตัดสินหรือกำหนดโทษปรับหากพิสูจน์พบการกระทำการแข่งขันไม่เป็นธรรมก็ได้

  • คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า

มาตรา 53 กฎหมายการแข่งขันทางการค้าเลขที่ 27-2004-QH11 กำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าที่เป็นอิสระ และคณะกรรมการจะต้องมี 11-15 คน โดยคณะกรรมการแต่ละคนจะได้รับการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีภายใต้คำแนะนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า คณะกรรมการมีหน้าที่ในการจัดการกับข้อกังวลด้านราคาสินค้ากรณีที่มีการสร้างอุปสรรคในการแข่งขันและคณะกรรมการต้องวางกรอบการแก้ไขข้อร้องเรียนในประเด็นทางกฎหมายการแข่งขันทางการค้าเมื่อมีประเด็นคดีจากสำนักงานการแข่งขัน คณะกรรมการจะเป็นผู้ตั้งองค์คณะที่มาจากคณะกรรมการการแข่งขัน 5 คน เพื่อรับฟังคดีการแข่งขันและตัดสินคดีที่นำเสนอ โดยคณะกรรมการมีอำนาจในการกำหนดโทษแก่การกระทำผิดกฎหมายการแข่งขัน ในกรณีที่ธุรกิจใดเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้า คณะกรรมการสามารถที่จะกำหนดโทษปรับแก่ธุรกิจได้

ข้อบัญญัติในกฎหมายการแข่งขันทางการค้าเลขที่ 27-2004-QH11

 ข้อบังคับตามกฎหมายการแข่งขันมีการกำหนดข้อห้ามหลักไว้คือ 1. การกระทำของหน่วยงานรัฐ และ 2. การกระทำที่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันและการกระทำทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม

  • การกระทำของหน่วยงานรัฐ

กฎหมายการแข่งขันทางการค้าสามารถปรับใช้กับหน่วยงานรัฐและห้ามมิให้หน่วยงานรัฐข้องเกี่ยวกับการกระทำที่ต่อต้านการแข่งขันที่สร้างอุปสรรคการแข่งขันในตลาด ซึ่งกฎหมายการแข่งขันที่มีข้อกำหนดห้ามเฉพาะต่อหน่วยงานรัฐนั้นเป็นการสร้างกลไกในการควบคุมและปรับลดการกระทำของรัฐที่เป็นการต่อต้านการแข่งขัน

  • การกระทำที่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน การกระทำทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม

ข้อกำหนด ในการควบคุมกระทำที่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันนั้นอยู่ใน กฎหมายการแข่งขันทางการค้าเลขที่ 27-2004-QH11 โดยกำหนดห้ามการกระทำไว้กล่าวคือ

  • ข้อตกลงที่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน มาตราที่ 8 กำหนดข้อห้ามมิให้ธุรกิจทำข้อตกลงที่ก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการแข่งขัน รวมถึงการฮั้วหรือการร่วมกันทำข้อตกลงต่อต้านการแข่งขันท่ามกลางธุรกิจในเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทใด
  • การใช้อำนาจเหนือตลาดและการผูกขาด กฎหมายการแข่งขันทางการค้าไม่ได้ห้ามให้ธุรกิจมีอำนาจเหนือตลาดหรือผูกขาด แต่กฎหมายห้ามมิให้ธุรกิจมีอ้านาจเหนือตลาดหรือผูกขาดไม่ใช้อ้านาจที่กระทบต่อการแข่งขันที่เป็นธรรม
  • การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ โดยกฎหมายการแข่งขันกำหนดข้อห้ามว่าด้วยการห้ามร่วมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่อาจพิจารณาเป็นข้อห้ามในการควบรวมหรือควบคุมกิจการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ธุรกิจจะไม่สามารถควบรวมกลุ่มกันหากการควบรวมน้าไปสู่การเพิ่มขึ้นในการครอบครองส่วนแบ่งเกิน 50 % ทางการตลาดในตลาดใดตลาดหนึ่ง
  • การกระทำที่ไม่เป็นธรรมทางการแข่งขัน กฎหมายการแข่งขันทางการค้าได้กำหนดพฤติกรรมที่เข้าข่ายการกระทำที่ไม่เป็นธรรมไว้ อาทิ การให้ข้อมูลการค้าอันเป็นเท็จ, การละเมิดความลับทางการค้า, การบังคับขู่เข็ญธุรกิจรายอื่น, การหมิ่นประมาทธุรกิจรายอื่น, การสร้างอุปสรรคในการทำธุรกิจต่อธุรกิจรายอื่น, การทำโฆษณาที่ไม่เป็นธรรมแก่คู่แข่ง, การออกมาตรการกระตุ้นการขายที่สร้างให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม, การเลือกปฏิบัติโดยสมาคมการค้า

จากการที่กฎหมายการแข่งขันทางการค้าเลขที่ 27-2004-QH11 ได้กำหนดองค์กรและข้อบัญญัติที่บังคับใช้กับทุกภาคธุรกิจเพื่อป้องกันการกระทำที่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันทางการค้า ย่อมรวมถึงภาคธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดเล็กโดยเฉพาะ SMEs ภาคค้าปลีกด้วยเพื่อให้เกิดการยกระดับการลงทุนและการพัฒนา การปรับใช้กฎหมายการแข่งขันเพื่อคุ้มครองธุรกิจ SMEs เพื่อสู้กับธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ได้อย่างเป็นธรรมโดยบทบาทของกฎหมายการแข่งขันในการปกป้อง SMEs จากการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมมีดังนี้

กฎหมายการแข่งขันเวียดนามกับ SMEs ภาคค้าปลีก

กรอบกฎหมายการแข่งขันเวียดนามวางอยู่บนสามแกนหลักว่าด้วย สถาบันบังคับใช้กฎหมาย กฎข้อบังคับการแข่งขัน และการปรับใช้กฎหมายการแข่งขัน แกนทั้งสามต่างร่วมกันสนับสนุนให้มีการสนับสนุนการแข่งขันและป้องกันมิให้มีการกระทำต่อต้านตลาดที่ส่งผลเสียต่อการแข่งขันในตลาด ทั้งนี้แกนหลักทั้งสามมีส่วนเกี่ยวข้องกับกฎหมายการแข่งขันและ SMEs ในภาคค้าปลีกโดย สถาบันบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันจะเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการประกันให้มีการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมในภาคธุรกิจค้าปลีก ดังนี้

  • สถาบันบังคับใช้กฎหมาย

สถาบันบังคับใช้กฎหมาย มีหน่วยงานหลักคือคณะกรรมการการแข่งขันและหน่วยงานสำนักการแข่งขัน โดยในส่วนหน่วยงานการแข่งขันทางการค้าเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการสืบสวนตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกฎหมายการแข่งขันทางการค้าทั้งหมดรวมถึง SMEs ในภาคค้าปลีกด้วย เช่นกรณีที่รัฐวิสาหกิจใช้อำนาจเหนือตลาดในภาคค้าปลีกทำให้ SMEs ในภาคค้าปลีกไม่ได้รับความเป็นธรรม

  • ข้อบังคับกฎหมายการแข่งขัน

ในประเด็นข้อบังคับกฎหมายการแข่งขัน เวียดนามมีการวางกฎข้อบังคับกฎหมายการแข่งขันอย่างครอบคลุมในการที่จะจัดการกับธุรกิจที่ใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างไม่เป็นธรรม การร่วมทำข้อตกลงทางธุรกิจที่ต่อต้านการแข่งขัน การควบรวมกิจการที่อาจส่งผลต่อการแข่งขัน ข้อบังคับในกฎหมายแข่งขันถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการห้ามการกระทำทางธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาด ทั้งนี้หากคำนึงถึงการแข่งขันในการค้าปลีกและ SMEs กฎข้อบังคับช่วยป้องกันการเกิดขึ้นของการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมภายใต้การเปิดตลาดภาคค้าปลีกในเวียดนาม ธุรกิจขนาดใหญ่จะไม่สามารถใช้อำนาจตลาดของตนทำลาย SMEs ในภาคค้าปลีกเนื่องจากมีข้อห้ามการใช้อ้านาจเหนือตลาดและการผูกขาดในมาตรา 11-15 กฎหมายการแข่งขันเวียดนาม และหากเป็นกรณีของการทำข้อตกลงที่ต่อต้านการแข่งขันภายใต้ธุรกิจ SMEs ค้าปลีกก็จะมีมาตรา 8-9 กฎหมายการแข่งขันทางการค้าที่กำหนดห้ามมิให้มีการท้าข้อตกลงในหลากหลายรูปแบบที่กระทบต่อการแข่งขัน

  • การบังคับใช้กฎหมายการแข่งขัน

การปรับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้ามุ่งไปที่การแก้ไขการใช้อำนาจเหนือตลาด ทั้งนี้พิจารณาจากการให้มีข้อยกเว้นแก่ธุรกิจ SMEs ในการทำข้อตกลงร่วมหากข้อตกลงก่อให้เกิดประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ในเวียดนามกฎหมายการแข่งขันถือเป็นเครื่องมือที่ใช้ปกป้องธุรกิจ SMEs ในตลาด ธุรกิจ SMEs ในเวียดนามอยู่ภายใต้การแข่งขันในหลายด้านรวมถึงการเผชิญกับธุรกิจของภาครัฐและเอกชน โดยภาคการค้าปลีก SMEs นั้นอาจจะต้องเผชิญกับการแข่งขันทุ่นแรงจากธุรกิจของรัฐหรือบริษัทขนาดใหญ่ การบังคับใช้กฎหมายต่อการใช้อำนาจเหนือตลาดจึงถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาของ SMEs ในภาคค้าปลีก

กฎหมายการแข่งขันของประเทศเวียดนามมุ่งที่จะจัดการอย่างยิ่งกับ การผูกขาดหรือการใช้อำนาจเหนือตลาด ในบางมุมมองกฎหมายการแข่งขันสามารถที่จะใช้เป็นเครื่องมือปกป้อง SMEs ได้อย่างดี โดยผ่านแกนหลักทั้งสามที่ต่างร่วมกันสนับสนุนให้มีการสนับสนุนการแข่งขันและป้องกันมิให้มีการกระทำต่อต้านตลาด เพื่อเป็นการพัฒนาการแข่งขันให้ดำเนินได้อย่างเป็นธรรมและพัฒนา

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการ “กฎหมายการแข่งขันทางการค้ากับธุรกิจ SMEs ค้าปลีก : กรณีศึกษาเปรียบเทียบในประเทศไทย มาเลเซีย และเวียดนาม”

หัวหน้าโครงการ : พรชัย วิสุทธิศักดิ์
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียงและกราฟฟิก อุกฤษณ์ กฤตยโสภณ
ตรวจภาษาและความถูกต้อง สุดารัตน์ จิตเพียรธรรม
00:00
00:00
Empty Playlist