messageImage_1626992578073

กฎหมายการแข่งขันทางการค้าและส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ SMEs ค้าปลีกในไทย

ประเทศไทยได้มีการตราพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ขึ้นในปี 2542 ซึ่งเป็นไปตามบริบทการเปลี่ยนผ่านรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2540 ถือเป็นรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยฉบับสำคัญ ที่กำหนดในมาตรา 50 และ 87 ในการให้มีการสนับสนุนตลาดที่แข่งขันโดยเสรีและให้มีการคุ้มครองการแข่งขันในตลาดเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค

ซึ่งหลังจากมีการตราเป็นกฎหมาย พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าปี 2542 มา 17 ปี พระราชบัญญัติการแข่งขันขาดประสิทธิภาพในทางกฎหมายอันนำไปสู่การขาดประสิทธิภาพในการบังคับใช้อย่างมากโดยไม่เคยมีคดีตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าเลย ทำให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้มีการจัดทำร่างการปรับปรุงกฎหมายการแข่งขันทางการค้าในเดือนตุลาคม 2559 และ    สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ผ่านร่างฉบับดังกล่าวในปี 2560 ทั้งนี้ร่างพระราชบัญญัติทางการค้านั้นมุ่งเน้นที่จะจัดตั้งคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าและสำนักงานการแข่งขันทางการค้าที่เป็นอิสระจากการเมือง โดยจากตัวร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการจะสามารถจัดการกับปัญหาด้านการใช้อำนาจเหนือตลาด การควบรวมกิจการและการร่วมกันทำข้อตกลงของธุรกิจ

โดยงานวิจัย โครงการ “กฎหมายการแข่งขันทางการค้ากับธุรกิจ SMEs ค้าปลีก : กรณีศึกษาเปรียบเทียบในประเทศไทย มาเลเซีย และเวียดนาม” ได้ศึกษากฎหมายการแข่งขันทางการค้า และส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ภาคธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย ไว้ดังนี้

พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 (แก้ไข 2560)

         พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 (แก้ไข 2560) กำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการการแข่งขัน และให้มีสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขัน นอกจากนี้ พระราชบัญญัติได้กำหนดข้อห้ามสำหรับการกระทำที่เป็นการต่อต้านการแข่งขัน รวมทั้งมีบทกำหนดโทษปรับและจำคุกโดยมีรายละเอียดดังนี้

1. คณะกรรมการการแข่งขัน

         พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้ามีการกำหนดให้มีคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าที่มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า ตามมาตรา 17 ของกฎหมายการแข่งขันทางการค้า นอกจากนี้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าของไทยมีอำนาจในการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายแก่กรณีที่มีการกระทำที่ต่อต้านการแข่งขันในตลาดอีกด้วย

2. สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า

         ในการใช้อำนาจของคณะกรรมการการแข่งขันจะมีสำนักงานที่ช่วยดำเนินงานสนับสนุนต่อคณะกรรมการที่กำหนดไว้ในมาตราที่ 27 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า โดยสำนักงานดังกล่าวเป็นอิสระและเป็นหน่วยงานในการทำการสืบสวนและมีคำสั่งในการสนับสนุนการบังคับใช้พระราชบัญญัติกฎหมายการแข่งขันทางการค้า หน้าที่หลักคือการสนับสนุนงานและตรวจสอบวิจัยตลาดสินค้าและการกระทำของธุรกิจเพื่อช่วยในการทำงานของคณะกรรมการ และถือเป็นหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนจากการกระทำธุรกิจที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้า

3. ข้อยกเว้นพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า

         พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้ามีขอบเขตบังคับใช้ค่อนข้างกว้างในการป้องกันการกระทำที่กระทบต่อการแข่งขัน แต่พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้ายังคงบัญญัติข้อยกเว้นไว้ในมาตรา 4 ที่กำหนดว่า พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าจะไม่บังคับใช้กับราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์ซึ่งมีกฎหมายรับรอง ธุรกิจตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

จะเห็นได้ว่าประเทศไทยได้มีพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายด้านการแข่งขันที่เข้มงวดโดยได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการและสำนักงานการแข่งขันทางการค้าขึ้นเพื่อทำหน้าที่ดูแลการแข่งขัน สืบสวนและรับเรื่องร้องเรียนทางการค้า และเพื่อต่อต้านการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมต่อธุรกิจทุกขนาด รวมถึง SMEs ในด้านการค้าปลีกก็มีบทบาทอย่างมากดังนี้

กฎหมายการแข่งขันทางการค้ากับ SMEs ในธุรกิจค้าปลีก

         กรอบกฎหมายการแข่งขันทางการค้าที่เกี่ยวกับ SMEs สามารถมองโดยหลักได้สามด้านกล่าวคือ สถาบันกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ตัวบทกำหนดกฎหมายการแข่งขันทางการค้า และการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า

  • สถาบันกฎหมายการแข่งขันทางการค้า

สถาบันกฎหมายการแข่งขันทางการค้าในประเทศไทยมีการจัดตั้งคณะกรรมการการแข่งขันและสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขัน เมื่อคำนึงถึงธุรกิจ SMEs ในภาคค้าปลีก คณะกรรมการถือเป็นองค์กรที่สำคัญในการสนับสนุนและป้องกัน SMEs แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการก็ต้องมีหน้าที่จัดการกับการกระทำของ SMEs ที่ก่อให้เกิดการต่อต้านการแข่งขันในตลาดและกระทบต่อผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันก็มีอำนาจทางปกครองในการจัดการกับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำต่อต้านการแข่งขัน สถาบันกฎหมายการแข่งขันทางการค้าจึงมีบทบาทมากในการคุ้มครองและสนับสนุนการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมในภาคค้าปลีก

  • ข้อบังคับกฎหมายการแข่งขันทางการค้า

ในกฎหมายการแข่งขันทางการค้านั้น มีหลายมาตราที่ใช้ห้ามการทำข้อตกลงที่ต่อต้านการแข่งขัน การใช้อำนาจเหนือตลาด หรือการควบรวมกิจการ มาตราที่ 50 นั้นมุ่งจัดการกับการใช้อำนาจเหนือตลาดซึ่งเป็นมาตราที่สำคัญในการจัดการกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ใช้อำนาจตลาดทางธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อพิจารณาไปที่ภาคการค้าปลีก บริษัทค้าปลีกรายใหญ่หรือร้านค้าปลีกที่มีหลายสาขานั้นจะอยู่ภายใต้การกำกับของมาตรา 50 โดยมาตรา 50 มีข้อห้ามมิให้บริษัทค้าปลีกรายใหญ่หรือร้านค้าปลีกที่มีหลายสาขาดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมต่อ SMEs ตัวอย่างของการใช้อำนาจเหนือตลาดคือกรณีที่ค้าปลีกรายใหญ่อาจกำหนดราคาขายสินค้าต่ำเพื่อขับไล่ SMEs ออกจากตลาดค้าปลีก นอกเหนือจากการที่มีข้อห้ามในการใช้อำนาจเหนือตลาดแล้ว กฎหมายการแข่งขัน มาตรา 54 ยังได้กำหนดห้ามมิให้มีการทำข้อตกลงท่ามกลางธุรกิจที่ก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการแข่งขัน

  • การบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า

หากพิจารณาถึงการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าค่อนข้างขาดประสิทธิภาพการบังคับใช้เนื่องจากมีปัญหาจากทั้งคณะกรรมการการแข่งขันและจากตัวข้อบังคับในพระราชบัญญัติทำให้เกิดประเด็นท้าทายต่อไปในการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณี SMEs ภาคธุรกิจค้าปลีก

ปัญหาในการใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าในประเทศไทยกับ SMEs ในธุรกิจค้าปลีก

         กฎหมายการแข่งขันทางการค้ากับ SMEs ในธุรกิจค้าปลีกมีกรอบกฎหมายการแข่งขันทางการค้าสามด้านกล่าวคือ สถาบันกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ตัวบทกำหนดกฎหมายการแข่งขันทางการค้า และการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าแต่ละด้านนั้นประสานกันในการที่จะสนับสนุนและคุ้มครองการแข่งขันในระบบตลาด แต่ถ้าหากพิจารณาถึงการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า ปัญหาในเชิงสถาบันบังคับใช้ผ่านทางคณะกรรมการการแข่งขันและสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันนั้นเกิดจากการขาดความเป็นอิสระและขาดประสิทธิภาพในการจัดการปัญหา จึงก่อให้เกิดการขาดการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า ตั้งแต่ที่มีการตรากฎหมายการแข่งขันทางการค้าขึ้นมาในปี 2542 ก็ยังไม่มีคดีใดที่มีการดำเนินการต่อธุรกิจหรือมีการนำคดีขึ้นสู่ศาล โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกและ SMEs นั้นยังมีความเสี่ยงที่จะประสบการกระทำทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมจากธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ มากไปกว่านั้นธุรกิจทั้งรายใหญ่และ SMEs ไม่สามารถที่จะมีความเข้าใจอย่างชัดเจนในการปรับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าและตัวกฎหมายการแข่งขันเอง ดังนั้นจึงควรที่จะมีการปรับปรุงกฎหมายการแข่งขันทางการค้าเพื่อให้ธุรกิจ SMEs เดินหน้าต่อไปได้

ข้อเสนอแนะในปรับปรุงกฎหมายการแข่งขันทางการค้าและ SMEs ในภาคธุรกิจค้าปลีก

กฎหมายการแข่งขันควรได้รับการพัฒนา ปรับปรุงเพื่อสนับสนุนการแข่งขันและคุ้มครอง SMEs ค้าปลีกและมีความชัดเจนเพื่อให้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าสามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพดังนี้

  • คณะกรรมการการแข่งขันที่คำนึงถึง SMEs

คณะกรรมการการแข่งขันถือเป็นองค์กรที่สำคัญต่อกฎหมายการแข่งขันซึ่งควรประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญและเข้าใจใน SMEs หรือควรที่จะประกอบไปด้วยตัวแทนจากกลุ่มสมาคมธุรกิจ SMEs ทั้งนี้เนื่องจากความเป็นจริงที่ว่า ธุรกิจ SMEs มีอำนาจต่อรองทางการเมืองที่น้อยกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ ตัวแทนจาก SMEs จะเป็นผู้พิจารณาช่วยสะท้อนความต้องการของ SMEs ในการปรับใช้กฎหมายการแข่งขันและในการสร้างความตระหนักรู้ในกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ความสำคัญจะอยู่ที่คณะกรรมการการแข่งขันจะต้องมีความเข้าใจและตระหนักถึงประเด็นของ SMEs เพื่อที่จะปกป้อง SMEs ได้

  • การบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันกับภาคธุรกิจค้าปลีกและการสร้างความเข้าใจในกฎหมายการแข่งขัน

มีความจำเป็นที่จะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันแก่ภาคธุรกิจค้าปลีกโดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยขาดประสิทธิภาพในการบังคับใช้เป็นอย่างมากทำให้ภาคธุรกิจ SMEs ได้รับผลกระทบนอกจากนี้ยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินนโยบายการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ SMEs ซึ่งการเข้าใจในกฎหมายจะทำให้ ธุรกิจ SMEs สามารถที่จะหลีกเลี่ยงไม่กระทำพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมายแข่งขันได้และเพื่อให้แน่ใจว่า ธุรกิจ SMEs สามารถที่จะมีหนทางตามกฎหมายการแข่งขันในการที่จะเผชิญหน้ากับการกระทำต่อต้านการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

  • การสร้างระบบให้ SMEs สามารถที่จะเข้ามาเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปรับใช้กฎหมาย

การที่จะทำให้ SMEs สามารถที่จะใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าเป็นเครื่องมือในการป้องกันจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากผู้ค้าปลีกรายใหญ่นั้นจำเป็นที่จะต้องมีระบบรับเรื่องร้องเรียนที่เข้าถึงง่ายและมีกรอบการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนที่เป็นรูปธรรมและสามารถตรวจสอบได้

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการ “กฎหมายการแข่งขันทางการค้ากับธุรกิจ SMEs ค้าปลีก : กรณีศึกษาเปรียบเทียบในประเทศไทย มาเลเซีย และเวียดนาม”

หัวหน้าโครงการ : พรชัย วิสุทธิศักดิ์
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียงและกราฟฟิก อุกฤษณ์ กฤตยโสภณ
ตรวจภาษาและความถูกต้อง สุดารัตน์ จิตเพียรธรรม
00:00
00:00
Empty Playlist