RC20302-ปก1

จีนกับการขยายอิทธิพลทางการค้าใน CLMV

จากสถิติอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่ม CLMV อันได้แก่ กัมพูชา (Cambodia) ลาว (Laos) เมียนมา (Myanmar) และ เวียดนาม (Vietnam) ในช่วงที่ผ่านมานั้นมีอัตราสูงต่อเนื่องกันมาหลายปี ด้วยศักยภาพของประเทศในกลุ่ม CLMV ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่หลากหลายและมีจำนวนมาก ประชากรส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน ค่าจ้างแรงงานที่ไม่สูง และการบริโภคภายในประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแต่ละประเทศมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติอย่างจริงจัง ทำให้ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นต่างต้องการเข้ามาช่วงชิงการมีบทบาทในภูมิภาคนี้ ในขณะที่จีนก็มีความต้องการขยายบทบาทและรักษาอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไว้

การปรากฏตัวของจีนในประเทศภูมิภาคลุ่มน้ำโขงนี้ จึงมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจทางการค้า โดยเป็นไปตามหลักความร่วมมือระหว่างประเทศที่เป็นแรงผลักดันทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภายหลังจากการประกาศใช้นโยบาย One Belt One Road ซึ่งเป็นนโยบายเชิงกลยุทธ์ของจีนในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ช่วยพัฒนาการค้าและการลงทุนทั่วโลก รวมถึงเป็นการแสดงศักยภาพขนาดใหญ่สำหรับผู้ประกอบการจีนที่จะเดินทางไปทั่วโลก ดังนั้น การเปรียบเทียบบทบาทการค้าและการลงทุนของจีนในประเทศที่ติดต่อกับพรหมแดนของประเทศทั้ง 4 ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม จะเป็นตัวอย่างการขยายอิทธิพลของจีนได้อย่างชัดเจนในเชิงบริบทของพื้นที่

รูปแบบการค้าและการลงทุนของจีน

ยุทศาสตร์ทางการค้า การลงทุนในต่างประเทศ และการเงินของจีน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้นมีการใช้ยุทธศาสตร์ “ก้าวออกไป” ในช่วงต้น รัฐบาลสนับสนุนบริษัทที่จะลงทุนในโครงการก่อสร้างในต่างประเทศ ส่งเสริมการค้า และ การส่งออก โดยมีเป้าหมายในการเข้าซื้อกิจการของทรัพยากรเชิงกลยุทธ์และอุปกรณ์พลังงาน ต่อมาหลังจากการก้าวขึ้นสู่อำนาจของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ได้แสดงให้เห็นถึงเป้าหมายการนำพาประเทศจีนก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ 2 ประการ ประกอบด้วย การก้าวไปสู่ความเป็นสังคมที่มั่งคั่ง และ การก้าวไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ผ่านนโยบาย “ความฝันของชาวจีน” นอกจากนี้ยังได้ประกาศการฟื้นคืนชีพของ ‘เส้นทางสายไหม’ ผ่านยุทธศาสตร์ “One Belt, One Road”

นโยบายเส้นทางหนึ่งเส้นทางหนึ่งถนน หรือ “One Belt, One Road” (OBOR) เป็นหัวใจหลักของการดำเนินนโยบายต่างประเทศและการส่งเสริมเศรษฐกิจของจีน เป็นนโยบายในการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานในแต่ละด้าน เพื่อที่จะนำไปสู่การค้า นโยบาย และ การแลกเปลี่ยนทางการเงิน ที่จีนจะเข้าไปสนับสนุนและร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงจีนเข้ากับประเทศในทวีปเอเชียและยุโรปทั้งเส้นทางบนบกและทางทะเล ซึ่งเป็นการแสดงถึงความพร้อมของจีนในการเล่นบทบาทผู้นำของโลกโดยไม่ต้องพึ่งพิงชาติตะวันตก โดยจีนจะกำหนดเพียงกรอบโครงการกว้าง ๆ ที่พร้อมจะเจรจากับประเทศที่เกี่ยวข้องโดยยืนยันว่าจีนจะไม่เข้าไปแทรกแซงนโยบายของประเทศนั้น ๆ

บทบาทการลงทุนของจีนในประเทศ CLMV

จากการที่เศรษฐกิจของจีนมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนทำให้จีนมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นที่จะออกไปทำการค้าและการลงทุนในต่างประเทศ โดยประเทศปลายทางที่เป็นเป้าหมายสำคัญคือ ประเทศกำลังพัฒนาหรือพัฒนาน้อย โดยเฉพาะประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ที่มีเขตแดนอยู่ติดกับจีน ซึ่งการลงทุนของจีนที่รุกคืบในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนี้ก็มีแรงจูงใจที่ต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการแสวงหาตลาด แหล่งทรัพยากร และวัตถุดิบ เป็นสำคัญ แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ ปัจจัยทางด้านการเมือง และปัจจัยสังคมและวัฒนธรรม

กัมพูชา (Cambodia)

ประเทศจีนนั้นมีสองสถานะที่สำคัญต่อประเทศกัมพูชา คือ เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาประเทศรายใหญ่ที่สุด และ เป็นผู้ที่เข้ามาลงทุนในกัมพูชามากที่สุด ซึ่งก่อให้เกิดการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ถนน และสะพาน ตลอดจนจีนได้ผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต โดยรัฐวิสาหกิจของจีนส่วนใหญ่ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การก่อสร้าง สาธารณูปโภค การทำเหมืองแร่ และโครงการขนาดใหญ่อื่น ๆ ที่มีความสำคัญระดับชาติ ในขณะที่บริษัทเอกชน จีนลงทุนด้านการผลิตเสื้อผ้า การสื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์ การเกษตร การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอาหาร

ลาว (Laos)

แม้ว่าโดยกว่าครึ่งของการส่งออกของลาวจะถูกส่งไปยังประเทศไทยและเกือบร้อยละ 70 ของสินค้าที่นำเข้ามาในประเทศลาวนั้นเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่พบว่ามูลค่าการค้าระหว่างจีนและลาวมีอัตราการเติบโตที่สูงมาก เมื่อวิเคราะห์ถึงโครงสร้างสินค้าที่นำเข้าและส่งออกแล้ว พบว่าสินค้าที่จีนส่งออกไปยังลาวส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการผลิตทางด้านอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสินค้าที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มาก ในขณะที่สินค้าที่จีนนำเข้าจากลาวส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าชั้นปฐมภูมิ และเป็นวัตถุดิบที่ไม่ได้สร้างมูลค่า หรือสร้างมูลค่าเพิ่มได้น้อย ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้จีนมาลงทุนในลาว คือ การเมืองที่มั่นคง และมีชายแดนเชื่อมต่อกันทำให้ไปมาหาสู่กันได้สะดวก

เมียนมา (Myanmar)

การลงทุนโดยตรงจากจีนในเมียนมาเพิ่มขึ้นอย่างรวมเร็ว ซึ่งประเด็นหลักประการหนึ่งมาจากการที่เมียนมาอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ จึงดึงดูดให้จีนซึ่งเป็นประเทศที่บริโภคทรัพยากรธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกเกิดความสนใจ แม้ว่าจีนจะยังคงเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของเมียนมา แต่บริษัทจีนบางแห่ง อาจยังคงรอดูพัฒนาการทางการเมืองอย่างใกล้ชิด และล่าสุดเนื่องจากการที่รัฐบาลเมียนมามีปัญหาด้านความชอบธรรมในการจัดการความรุนแรงกับชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ ที่ทำให้ประเทศตะวันตกและนานาชาติอาจพิจารณาการลงโทษทางเศรษฐกิจ ยิ่งทำให้บทบาทของจีนมีภาพที่เด่นชัดในความสัมพันธ์มากขึ้นเรื่อย ๆ

เวียดนาม (Vietnam)

หลังจากการกลับมาสัมพันธ์ทางการทูตอีกครั้ง การค้ากับจีนแม้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่เวียดนามกลับมีสัดส่วนของการขาดดุลการค้าเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้มีการนำเข้าสินค้าจากจีนเพื่อส่งออก โดยจีนเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในการนำเข้าของเวียดนาม ส่วนการขยายตัวของการลงทุนในเวียดนามของจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับกระแสการต่อต้านจีน ซึ่งกลายเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนจีนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

สำหรับประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่จีนพิจารณาเข้ามาลงทุนโดยอาศัยความสัมพันธ์แบบพี่น้อง เพื่อสะดวกในการทำธุรกิจ ทั้งนี้ การที่จีนยังขาดความรู้ ความเข้าใจในวัฒนธรรมของการทำธุรกิจ การค้า การลงทุนของประเทศ CLMV น้อย ทำให้ไทยมีโอกาสที่จะร่วมทุน โดยการที่ไทยจะตั้งรับได้นั้นจำเป็นต้องมีจุดแข็ง ซึ่งจุดแข็งของไทยคือ soft power ในด้านสื่อ ด้านภาพยนตร์ แฟชั่น ในประเทศ CLMV ของไทยที่มีอิทธิพลสูง ดังนั้น การที่ไทยจะตั้งรับได้ ไทยต้องแข็งแกร่งในทุกมิติ จะต้องมีนโยบายที่มุ่งไปสู่การกำหนดนโยบายและลงมือปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ฉับไว และเข้าใจบริบทอย่างแท้จริง  

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การเปรียบเทียบอิทธิพลการค้าและการลงทุนของจีนใน CLMV

หัวหน้าโครงการ : นิสิต พันธมิตร
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง & กราฟิก : ณภัชนิศา วัฒนาเขมาภิรัต
พิสูจน์อักษรและตรวจทาน : กัณณพิชญ์ชา แก้ววิลัย
00:00
00:00
Empty Playlist