web_01

อิทธิพลด้านการค้าและการลงทุนของ “จีน” ในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) กับโอกาสที่ไทยพลาดไม่ได้

ในทุกวันนี้เป็นที่ทราบกันดีทั่วโลกแล้วว่า “จีน” มีบทบาทและอิทธิพลด้านการค้าการลงทุนต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาในสมัยรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ มีการประกาศทำสงครามการค้ากับจีน โดยการกีดกันการนำเข้าสินค้าจีนผ่านนโยบาย American First จนทั่วโลกต่างจับตาการก้าวเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของจีน และการห้ำหั่นกันระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจเดิม

ในส่วนประเทศเพื่อนบ้านไทยอย่าง CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ซึ่งต่างถูกมองว่าจะเป็นฐานการผลิตใหม่ที่สำคัญของจีน  มีข้อค้นพบที่น่าสนใจคือ ประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่มีพรมแดนติดกับจีน และที่สำคัญคือ 4 ประเทศเหล่านี้ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ของปัจจัยการผลิต และทรัพยากรธรรมชาติที่มีส่วนสำคัญต่อการผลิตต่างๆ สืบเนื่องจากสถานการณ์ภายในจีนทุกวันนี้กำลังเผชิญกับแรงกดดันภายในประเทศในด้านการเพิ่มขึ้นของต้นทุนของสินค้าและบริการ ค่าครองชีพ และที่สำคัญคือค่าจ้างของแรงงานจีนที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวทำให้จีนจำเป็นต้องถ่องถ่ายกำลังแรงงาน และมองพื้นที่ที่จีนสามารถดำเนินการผลิตภายใต้ต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบที่ต่ำกว่า ดังนั้นประเทศ CLMV จึงได้กลายเป็นแหล่งลงทุนและฐานการผลิตที่เป็นเป้าหมายของจีน ตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ เวียดนาม ซึ่งเวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกเกินดุลของสหรัฐฯ โดยพบว่าสินค้าที่ส่งออกส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่เป็นฐานการผลิตของสินค้าต่างๆทั่วโลก ซึ่งจีนต้องการใช้ข้อได้เปรียบดังกล่าว โดยนำเอาเวียดนามมาเป็นฐานเพื่อการส่งออกสินค้าไปยังประเทศที่งดเว้นหรือมีอัตราภาษีนำเข้าที่ต่ำกว่า

คำถามที่สำคัญคือ การเข้ามาของจีนในประเทศ CLMV เหล่านี้ ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง โดยแน่นอนว่าประเทศไทยมีสัมพันธ์ทางการค้ากับกลุ่มประเทศ CLMV มาเนิ่นนานและ CLMV มีภูมิศาสตร์ห้อมล้อมไทยอย่างที่ทราบกันดี ดังนั้นอิทธิพลของจีนที่แผ่เข้ามา จึงมีผลต่อไทยอย่างปฎิเสธไม่ได้ แต่ผลที่เกิดขึ้นจะเรียกว่าเป็นโอกาส หรือภัยคุกคาม? สิ่งเหล่านี้บทความจะชี้ให้เห็นต่อไป

ประเทศกัมพูชา ถือว่ามีความสัมพันธ์กับจีนมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยที่กัมพูชามีปัญหาภายในประเทศ จีนก็ได้ให้การสนับสนุนกัมพูชามาโดยตลอด เรียกได้ว่าจีนมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้การเจรจาระดับผู้นำแต่ละฝ่ายมีความราบรื่น ในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าโครงการใหญ่ๆที่ได้รับการอนุมัติหรือการสัมปทานต่างๆ ส่วนใหญ่ล้วนมาจากทุนจีนเป็นสำคัญ กัมพูชาในทุกวันนี้มีความพยายามในการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจของตน แต่สิ่งหนึ่งที่กัมพูชาขาดและต้องการเป็นอย่างยิ่งนั่นก็คือทุน ในแง่ของภูมิศาสตร์ กัมพูชาถือได้ว่ามีความได้เปรียบเชิงพื้นที่อย่างหนึ่งคือ การมีพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของท่าเรือ อย่าง สีหนุวิลล์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นทำเลทองทางเศรษฐกิจ ดังนั้นการที่กัมพูชาจะจับมือเป็นพันธมิตรกับจีนอย่างแน่นแฟ้นเพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ จึงเป็นเรื่องที่มีเหตุผลสนับสนุนได้เป็นอย่างดี

ประเทศลาว เป็นประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อกับจีนทางตอนใต้ ความสัมพันธ์จีน-ลาวในปัจจุบัน เห็นได้อย่างชัดเจนผ่านโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นการเชื่อมเส้นทางจากจีนสู่อาเซียนเพื่อเสริมโครงการหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง  (One Belt, One Road) จึงกล่าวได้ว่าแม้ภูมิศาสตร์ลาวเป็นพื้นที่ที่ไม่มีอาณาติดต่อทะเล แต่ลาวจะเป็นเส้นทางและศูนย์กลางหลักของสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนรูปโฉมของอาเซียน ความสัมพันธ์ระดับรัฐบาลจีน-ลาว กล่าวได้ว่าค่อนข้างเป็นความสัมพันธ์ที่แนบแน่นไม่แพ้กัมพูชา

ประเทศเมียนมา ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลจีน-เมียนมาร์มีมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลทหาร นั่นแปลว่ากระบวนการของการลงทุนต่างๆของจีนที่เกิดขึ้นในเมียนมาสืบเนื่องมาตั้งแต่ตอนนั้น ภาพการลงทุนจีนในเมียนมาที่สำคัญที่สุดคือการมีท่อส่งแก๊สและน้ำมันที่พาดผ่านจากจีนทางตอนใต้ไปยังท่าเรือจ๊อกพยิวซึ่งอยู่ทางมหาสมุทรอินเดีย เมื่อมองถึงตรงนี้จะเห็นว่าจีนมีทั้งกัมพูชา พันธมิตรอันดับหนึ่งใน CLMV ที่มีท่าเรือทางฝั่งทะเลจีนใต้หรือทางอ่าวไทย ดังนั้นเมียนมาซึ่งเป็นประเทศที่อยู่อีกฝั่งทะเล นั่นก็คือมหาสมุทรอินเดีย จึงเป็นอีกพันธมิตรเป้าหมายของจีน โดยจีนมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเมียนมาเป็นสิ่งที่ควรจะเกิดด้วยเหตุผลที่ว่าเมียนมาร์จะเป็นเส้นทางการขนส่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของโลก แต่อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของจีนและเมียนมาไม่ได้เป็นความสัมพันธ์ต่อเนื่องและราบรื่นนัก เนื่องจากภายในเมียนมาเองมีการกังวลต่อการเข้ามาของจีน มีการต่อต้านโครงการต่างๆจนต้องล้มไป นอกจากนี้ยังมีการกดดันจากประเทศตะวันตกในเรื่องปัญหาอย่างโรฮิงญาหรือปัญหาในรัฐยะไข่ แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวกลับทำให้ความสัมพันธ์จีน-เมียนมาแนบแน่นมากยิ่งขึ้น โดยไม่นานมานี้จีนและเมียนมามีการเซ็นต์สัญญาที่จะร่วมมือกันในเรื่องของระเบียงเศรษฐกิจหรือ China-Myanmar Economic Corridor

ประเทศเวียดนาม เป็นประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อกับจีน แต่ความสัมพันธ์จีน-เวียดนามในปัจจุบัน อาจเรียกได้ว่าไม่แนบแน่นนัก เนื่องมาจากปัญหาเขตแดน ในเกือบทุกๆการลงทุนหรือการเข้าไปของจีนมักจะทำให้เกิดแรงปะทุภายในประเทศเวียดนามอยู่บ่อยครั้ง ประกอบกับปัญหาทะเลจีนใต้ ทำให้จีนและเวียดนามไม่อาจพัฒนาความสัมพันธ์ให้แนบแน่นเท่ากับประเทศอื่นๆใน CLMV แต่อย่างไรก็ตาม ข้อค้นพบที่น่าสนใจ หลายระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศดังกล่าว จะมีการแยกขาดจากกัน เช่น ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจจะไม่นำเอาความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงจะเห็นว่านิคมอุตสาหกรรมจีนยังคงพบมากในเวียดนาม รวมไปถึงยังมีนักลงทุนจีนมากมายที่เข้าไปในเวียดนามเพื่อที่จะใช้สิทธิพิเศษทางการค้าของเวียดนามที่ได้รับมาจากสหรัฐฯ

บทสรุปสุดท้ายคือความสัมพันธ์และการลงทุนต่างๆของจีนในประเทศ CLMV เหล่านี้ ประเทศไทยจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์อย่างไร? หากสถานการณ์ดังกล่าวเป็นโอกาส แล้วประเทศไทยจะพัฒนาโอกาสตรงนี้ได้อย่างไรบ้าง? อาจมองได้ว่าโดยพื้นฐานนั้น ไทยกับจีนไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ขัดแย้ง ทั้งไทยยังมีชาวจีนโพ้นทะเลอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงภูมิศาสตร์ของไทยไม่ได้ตั้งอยู่ในจุดที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง มีสัมพันธ์อันดีกับประเทศรอบข้าง ทำให้ความสัมพันธ์ไทย-จีน และ CLMV ถือว่ามีความแนบแน่น สถานการณ์ระหว่างจีนและ CLMV อาจทำให้ไทยได้รับประโยชน์ เนื่องจากไทยเป็นตลาดที่สำคัญของ CLMV สินค้าของไทยมากมายเป็นที่นิยมในตลาดดังกล่าว นอกจากนี้ ไทยและประเทศ CLMV ยังมีความใกล้ชิดในแง่ของศาสนาและวัฒนธรรม อุตสากรรมบันเทิงและละครไทยเรียกได้ว่าขายดีอย่างมากในกลุ่มประเทศดังกล่าว ดังนั้นความนิยมไทยในพื้นที่ในกลุ่มประเทศ CLMV จะทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มีโอกาสทางการตลาด (Marketing Country) กล่าวโดยเพิ่มเติมคือ สินค้า Made in Thailand ที่เป็นที่นิยมใน CLMV ประกอบกับการที่จีนได้กลายมาเป็นผู้ลงทุนหลักสำคัญใน CLMV แทนที่ประเทศอื่นๆที่ทยอยย้ายฐานกลับ ทำให้ไทยได้รับโอกาสทางการค้าที่สำคัญยิ่ง อาจกล่าวได้ว่าประเทศไทยมีโอกาสที่จะเป็นศูนย์กลางการค้า(Hub) เนื่องด้วยแรงงานไทยที่มีประสิทธิภาพเหมาะสม รวมถึงไทยยังคงเป็นประเทศทดลองตลาดที่ได้รับการยอมรับ สินค้าต่างๆที่ผลิตในไทยและเป็นที่ยอมรับ จะได้รับการยอมรับจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยไทยจะได้รับคือโอกาสด้านการตลาดและโอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง แน่นอนว่าอิทธิพลที่แผ่ขยายของจีนจะส่งผลลบต่อไทย ในแง่ของการแย่งชิงทรัพยากรและการกินรวบ ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวต่างๆของไทยมักได้รับผลกระทบจากการหลั่งไหลเข้ามาของชาวจีน หรือที่เรียกว่าวิกฤตทัวร์จีนศูนย์บาท ดังนั้นไทยเองจึงจำเป็นต้องมีมาตรการและกฎหมายที่เพียงพอเพื่อรองรับอิทธิพลดังกล่าว กล่าวโดยสรุปคือ เป็นแน่นอนว่าไทยเราไม่สามารถหยุดหรือปิดกั้นโลกของการแข่งขันนี้ได้ แต่ประเทศไทยต้องมาหาวิธีที่จะสร้างและพัฒนาโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศมากที่สุด โดยเสียผลประโยชน์น้อยที่สุด

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการ “อิทธิพลด้านการค้าและการลงทุนของ “จีน” ในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) กับโอกาสที่ไทยพลาดไม่ได้”

หัวหน้าโครงการ : นิสิต พันธมิตร
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง เปรมยุดา ธรรมพัชรากร
กราฟฟิก ณปภัช เสโนฤทธิ์
ตรวจภาษาและความถูกต้อง สุดารัตน์ จิตเพียรธรรม
00:00
00:00
Empty Playlist