china-watch

การขยายอิทธิพลของจีนและนัยยะทางนโยบายต่อไทย

การกลับขึ้นมามีอำนาจของจีนอีกครั้งหนึ่งในศตวรรษที่ 21 หลังจากที่จีนได้ห่างหายจากการเป็นผู้นำโลกไปเกือบสองศตวรรษ รวมถึงการที่จีนยังสามารถรักษาผลประโยชน์ของชาติไว้ได้นั้น เป็นผลมาจากการที่จีนเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองสูง และมีพื้นที่ที่กว้างขวาง จีนมีทรัพยากรธรรมชาติมากและหลากหลาย แต่ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดคือ ทรัพยากรมนุษย์

อย่างไรก็ตาม บทบาทที่สำคัญของจีนในสังคมระหว่างประเทศนั้น เริ่มต้นอย่างจริงจังหลังจากช่วงปี ค.ศ. 1980 เป็นต้นมา โดยจีนได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลให้จีนสามารถนำศักยภาพทางอำนาจที่ซ่อนอยู่ทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรมนุษย์เข้ามาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนกระบวนการนี้ได้เปลี่ยนแปลงสังคมภายในประเทศจีนอย่างไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ศักยภาพทางอำนาจของจีน กลายมาเป็นอำนาจในทางปฏิบัติ เพราะเมื่อจีนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบโลกาภิวัตน์ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจและสังคมภายในจีน ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบโลกและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยรวม

การตีความถึงผลประโยชน์แห่งชาติของจีน ผ่านมุมมองแบบสัจนิยม

หากจะตีความผลประโยชน์แห่งชาติที่จีนมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจสูญเสียได้ โดยใช้มุมมองตามทฤษฎีกระแสหลักของการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นั่นคือมุมมองแบบสัจนิยมที่มีข้อสมมติฐานเรื่องอนาธิปไตยในระบบการเมืองระหว่างประเทศ ผลประโยชน์แห่งชาติของจีน คือ การที่จีนจำเป็นต้องธำรงไว้ซึ่งความสงบสุขภายใน เพราะจีนเป็นประเทศใหญ่และมีความหลากหลายในแต่ละภูมิภาคทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ดังนั้น หากจีนไม่สามารถดำรงไว้ซึ่งความสงบภายในแล้ว ความมั่นคงของรัฐก็ไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้

โดยจะเห็นได้จากนโยบายรัฐในแต่ละช่วงแต่ละยุคสมัยของจีน ล้วนแต่จะมุ่งไปสู่การรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงภายในเป็นอันดับแรก หากสามารถรักษาไว้ซึ่งระบบที่มั่นคง ความเจริญรุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกิจและสังคมก็จะตามมาในภายหลัง และสุดท้ายจีนก็จะสามารถขยายอิทธิพลไปยังเขตที่อยู่รอบข้างของตนได้ และด้วยเหตุจำเป็นที่รัฐจะต้องรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงภายในเป็นอันดับแรก จึงทำให้รัฐต้องมีการพัฒนาจนเป็นรัฐที่แข็งแกร่ง เป็นระบบระเบียบ มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยเฉพาะในเรื่องการบริหารราชการที่มีการจัดลำดับชั้นอย่างชัดเจน เป็นผลให้รัฐจีนเป็นรัฐที่เข้มแข็งและใช้การบริหารจัดการประเทศแบบรวมศูนย์ แต่หากเมื่อใดระบบการปกครองเริ่มที่จะอ่อนแอและล้มเหลว ก็จะส่งผลทำให้จีนเข้าสู่ยุคเสื่อมและร่นถอยเฉกเช่นเดียวกันกับอำนาจของรัฐที่ลดลงไป

วิเคราะห์ผลกระทบของยุทธศาสตร์จีนต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของไทย

หากวิเคราะห์ประเด็นทางด้านเศรษฐกิจจะพบว่า จีนกำลังเผชิญกับปัญหาที่รายล้อม ทั้งการเติบโตภายในที่เริ่มจะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ไปจนถึงสงครามการค้าที่กำลังเผชิญอยู่ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ความสัมพันธ์ระหว่างประเด็นทางเศรษฐกิจและความมั่นคงเป็นเรื่องที่จีนมิอาจจะแยกได้ จีนจึงตระหนักถึงความสำคัญต่อการขึ้นมาเป็นผู้นำโลก เพราะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดกฎเกณฑ์และโครงสร้างโลกเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมือง โดยนโยบายต่างประเทศที่สำคัญที่สุดซึ่งตอบสนองอภิยุทธศาสตร์ของจีน นั่นคือ “เส้นทางสายไหมใหม่ (One Belt One Road Initiative)” ซึ่งถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวที่สำคัญที่สุด โดยเป็นนโยบายที่ตอบสนองต่อความต้องการของจีนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำของระบบเศรษฐกิจโลก ผ่านการสร้างเครือข่ายที่เชื่อมโยงทั้งตลาดและแหล่งทรัพยากรเข้าไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้การนำของจีน

จีนใช้นโยบายต่างประเทศทางด้านเศรษฐกิจเป็นตัวนำและขับเคลื่อนนโยบายทางด้านอื่น ๆ ซึ่งนโยบายต่างประเทศของจีนถูกมองว่ามีลักษณะทุนนิยม ที่กำลังผลักดันให้โลกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันในทางเศรษฐกิจที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น อนาคตของประเทศจีนจึงขึ้นอยู่กับการสร้างความต่อเนื่องในระบบการค้าระหว่างประเทศ เพื่อที่จีนจะสามารถแสวงหาผลประโยชน์ให้กับประเทศของตนเองได้ แต่อย่างไรก็ตาม วิธีการพัฒนาประเทศของจีนนั้นไม่ใช่วิถีทางที่ตะวันตกพึงปรารถนา เนื่องจากประเทศจีนยังคงใช้นโยบายภาครัฐเป็นตัวชี้นำเพื่อกำหนดหลักการแสวงหาผู้ชนะทางเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐวิสาหกิจของจีนถือว่าเป็นตัวแสดงที่สำคัญในการขยายอำนาจและอิทธิพลของประเทศ (State Lead Capitalism)

ยุทธศาสตร์จีนที่กำลังส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในปัจจุบันและอนาคตนั้น เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีนและเป้าหมายทางการเมืองในเรื่องบทบาทของจีนในภูมิภาคและเวทีโลก โดยจะเห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศจากที่เคยมุ่งเน้นแต่ความต้องการภายใน ไปสู่การแผ่ขยายอิทธิพลและอำนาจของตนเองในตลาดโลก โดยที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญทางการค้าและการเมืองต่อจีน หากจีนสามารถสร้างความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจอย่างแนบแน่นกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ ก็จะส่งผลดีอย่างยิ่งต่อยุทธศาสตร์ภาพรวมของจีนโดยตรง ทั้งด้านความมั่นคง การเมืองระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจ

สำหรับนโยบายต่างประเทศของไทย จำเป็นจะต้องคำนึงถึงภาพรวมที่เปลี่ยนไปในบริบททางการเมืองระหว่างประเทศ เพราะปัจจุบันจีนได้กลายมาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ในการกำกับระบบเศรษฐกิจการเมืองโลก หากไทยสามารถดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติ โดยคำนึงถึงยุทธศาสตร์ระยะยาวของประเทศว่า เราสามารถจะรับมือกับการเติบโตและการขยายตัวด้านอำนาจทางการเมืองของจีนได้อย่างไร เพราะเดิมทีประเทศไทยได้รับความคุ้มครองทางด้านความมั่นคงเหมือนดังหลาย ๆ ประเทศในภูมิภาคภายใต้การนำของสหรัฐอเมริกา

หากไทยเลือกที่จะรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันมั่นคงกับสหรัฐอเมริกา ไทยก็จะได้ผลประโยชน์ที่สำคัญ คือ สหรัฐอเมริกามีพันธมิตรที่หลากหลายและกว้างมากกว่าจีนหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม แต่ด้วยนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่แน่นอนเหมือนแต่ก่อนโดยเฉพาะในเรื่องความมั่นคง ทำให้พันธมิตรเก่าที่เคยมีอยู่ในภูมิภาคอาจจะไม่ยินดีที่จะทำตามในสิ่งที่สหรัฐอเมริกาปรารถนามากนัก

แม้จีนจะไม่ได้มีพันธมิตรมากมายเท่าสหรัฐอเมริกา แต่จีนมีนโยบายทางการเมืองที่ต้องการแสวงหาพันธมิตรจากเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน ดังนั้น การที่ประเทศไทยอยู่กับกลุ่มที่ใหญ่กว่าย่อมรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ในทางความมั่นคงได้มากกว่า และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือการพัฒนาทางด้านการเมืองของไทยเอง เนื่องจากจีนเป็นประเทศระบบอำนาจนิยมที่มิได้สนใจที่จะเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น แต่ในขณะเดียวกันการไม่ไปแทรกแซง อาจมองได้ว่าเป็นการสนับสนุนกลุ่มอำนาจนิยมในแต่ละประเทศ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นประเทศเสรีนิยม และสำหรับประเทศไทยแล้ว อาจทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มีระบบอำนาจนิยมครอบงำไปอีกระยะยาวนาน

 

“การพัฒนาทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจของจีนแม้จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่หลากหลาย แต่หากจัดการความสัมพันธ์กับจีนอย่างไม่ระมัดระวัง การที่จีนมีระบบเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่า ก็อาจจะทำให้ไทยกลายเป็นเพียงแค่เมืองขึ้นทางการค้าและเศรษฐกิจของจีนได้ในอนาคต ดังนั้นผลประโยชน์จากการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพันธมิตรทางการเมืองกับจีนนั้น มีส่วนที่จำเป็นจะต้องระมัดระวังอย่างสูง เพราะนอกจากจะทำให้ไทยกลายเป็นผู้ที่อยู่นอกกลุ่มทางการเมืองของสหรัฐอเมริกาแล้ว อาจจะต้องสูญเสียอิสรภาพทางเศรษฐกิจให้แก่จีนในอนาคต”

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “จับตามหาอำนาจจีน: ปัญหาการหาสมดุลทางยุทธศาสตร์ระหว่างเศรษฐกิจและความมั่นคง”

หัวหน้าโครงการ : เอกพร รักความสุข
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ณัชชา ณ ระนอง
กราฟิก ชนกนันท์  สราภิรมย์
00:00
00:00
Empty Playlist