RDG59D0004-2020april_web1

สระกักเก็บน้ำจากน้ำยาง

น้ำยางพาราสามารถเอามาทำอะไรได้บ้างนะ?? นี่อาจเป็นคำถามที่อยู่ในใจของหลายๆคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ราคายางพาราตกต่ำ คำตอบหนึ่งในนั้นคือการนำน้ำยางพาราเข้มข้นมาผสมสารเคมี ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า “น้ำยางคอมพาวนด์” ก่อนฉีดพ่นลงบนชั้นของผ้าเสริมแรงในพื้นที่สร้างสระเพื่อทำเป็นสระกักเก็บน้ำ แต่น้ำยางคอมพาวนด์นั้นต้องมีมาตรฐานกำกับเพื่อใช้กำหนดเกณฑ์ต่างๆให้ครอบคลุมลักษณะการใช้งานเพื่อตอบสนองต่อผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ มาตรฐานต่างๆเหล่านั้นคืออะไร …

*น้ำยางคอมพาวด์ (compounded latex) หมายถึง น้ำยางข้นธรรมชาติชนิดแอมโมเนียสูง (HA) ที่ผสมสารเคมีที่จำเป็นสำหรับการทำผลิตภัณฑ์ผ้าเคลือบยางปูสระน้ำ

หนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อใช้ในภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยสามารถทำได้ โดยการสร้างสระกักเก็บน้ำ ในต่างประเทศมีการเก็บกักน้ำโดยการปูสระน้ำด้วยแผ่นยางโดยทั่วไปผลิตจากยางอีดีพีเอ็ม (EDPM rubber) นอกจากนี้ยังมีการใช้วัสดุเคลือบสระน้ำ กล่าวคือ วัสดุที่น้ำไม่สามารถแทรกซึมผ่านได้ เพื่อใช้สำหรับการกักเก็บน้ำเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น เพื่อการเกษตร รวมไปถึงการใช้เพื่อตกแต่งความสวยงามให้กับสถานที่ ประเทศไทยมีการทำงานวิจัยเพื่อนำน้ำยางพารามาใช้ประโยชน์ในการปูสระเก็บกักน้ำตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 กล่าวคือ โครงการวิจัยต้นแบบการทำยางปูสระจากน้ำยางธรรมชาติ จากนั้นได้มีการทำงานวิจัยต่อยอดและศึกษาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังมีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ทั้งภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตามเมื่อมีการนำน้ำยางพาราจากต่างแหล่งกันมาใช้ผลิตเป็นน้ำยางคอมพาวนด์ย่อมส่งผลถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่อาจแตกต่างกัน ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานของยางปูสระเก็บกักน้ำ ทางนักวิจัยจึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อใช้เป็นเกณฑ์กำหนดคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน

การเตรียมและคุณสมบัติของน้ำยางคอมพาวนด์

การเตรียมน้ำยางคอมพาวด์ สามารถเตรียมได้โดยการนำน้ำยางข้นมาผสมสารเคมีดังนี้ : สารละลายด่าง KOH และสบู่ Potassium laurate กวนให้เข้ากัน จากนั้นจึงใส่สารเคมีอื่นๆตามลำดับ ได้แก่ แคลเซียมคาร์บอเนต สารตัวเร่ง สารป้องกันการเสื่อม สารกระตุ้น กวนให้เข้ากันเป็นเวลา 15 นาที แล้วจึงเติมกำมะถันลงไปกวนให้เป็นเนื้อเดียวกันโดยใช้เวลา 10 นาที ทั้งนี้คุณลักษณะทั่วไปของน้ำยางข้นที่นำมาใช้ทำน้ำยางคอมพาวด์ ต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตาม มอก. 980 และมีลักษณะเป็นของเหลวข้น ไม่จับตัวกันเป็นก้อน ไม่มีสิ่งแปลกปลอม มีสีขาวตามธรรมชาติของน้ำยางข้น ไม่เป็นสีเทา และน้ำยางต้องมีปริมาณของแข็งทั้งหมดอยู่ระหว่าง (55 ถึง 65)% โดยน้ำหนัก มีค่าความหนืดอยู่ระหว่าง (400 ถึง 800) mPa.s และ ระดับการวัลคาไนซ์ (Equilibrium swelling test) ต้องมีค่าการบวมพองโดยขนาด 80-90%

น้ำยางคอมพาวด์ที่นำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ผ้าเคลือบยางปูสระน้ำแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1. ชนิด HA เป็นน้ำยางคอมพาวด์จากน้ำยางข้นจากการหมุนเหวี่ยง ซึ่งรักษาสภาพด้วยแอมโมเนียแต่เพียงอย่างเดียว และมีค่าความเป็นด่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.60 โดยน้ำหนักน้ำยางข้น
คุณลักษณะ : มีปริมาณของแข็งทั้งหมด ร้อยละโดยน้ำหนักไม่น้อยกว่า 61 โดยเป็นเนื้อยางแห้ง ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยน้ำหนัก และมีปริมาณของแข็งที่ไม่ใช่ยางไม่เกิน 1.7%, มีปริมาณทองแดงและแมงกานีส ไม่เกินอย่างละ 8 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของของแข็งทั้งหมด

2. ชนิด HA ครีม เป็นน้ำยางคอมพาวด์จากน้ำยางข้นจากการแยกครีม ซึ่งรักษาสภาพด้วยแอมโมเนียแต่เพียงอย่างเดียว และมีค่าความเป็นด่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.55 โดยน้ำหนักน้ำยางข้น
คุณลักษณะ : มีปริมาณของแข็งทั้งหมด ร้อยละโดยน้ำหนักไม่น้อยกว่า 65 โดยเป็นเนื้อยางแห้ง ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 64 โดยน้ำหนัก และมีปริมาณของแข็งที่ไม่ใช่ยางไม่เกิน 1.7%, มีปริมาณทองแดงและแมงกานีส ไม่เกินอย่างละ 8 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของของแข็งทั้งหมด

น้ำยางคอมพาวด์เคลือบผ้าปูสระกักเก็บน้ำที่ผลิตได้ต้องทำการบรรจุในภาชนะที่เหมาะสม สะอาด แห้ง และปิดได้สนิท ในกรณีที่ภาชนะบรรจุทำด้วยโลหะควรเคลือบผนังด้านในเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากวัสดุที่ใช้ทำภาชนะบรรจุ เช่น เคลือบด้วยบิทูเมนหรืออีพอกซีเรซิน

เนื่องจากการทำน้ำยางคอมพาวด์เพื่อนำมาใช้เคลือบผ้าปูสระกักเก็บน้ำมีการใช้น้ำยางข้นที่เป็นวัตถุดิบตั้งต้นจากต่างแหล่งกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทดสอบคุณสมบัติน้ำยางคอมพาวด์ที่ได้ โดยข้อมูลจะถูกนำไปใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐาน มอก. ในการกำหนดคุณสมบัติต่างๆของยางเคลือบปูสระ เช่น ความต้านทานต่อแรงดึงและความต้านทานระยะยืดที่จุดขาด เพื่อยืนยันผลจึงมีการทำการทดสอบคุณสมบัติจากห้องปฏิบัติการที่ผ่านการรับรอง ดังนี้
1. ทดสอบจากสถาบันวิจัยยาง การยางแห่งประเทศไทย
2. ทดสอบที่ศูนย์ NRPTC ม.อ.หาดใหญ่

การเตรียมตัวอย่างยางเคลือบปูสระกักเก็บน้ำ

การเตรียมแผ่นยางเคลือบปูสระที่มีผ้า 2 ชั้น สามารถทำได้ดังนี้
1) นำน้ำยางผสมสารเคมีที่เตรียมและบ่มเป็นเวลา 24 ชั่วโมง มากวนซ้ำเป็นเวลา 5 นาที เพื่อให้น้ำยางและสารเคมีผสมเป็นเนื้อเดียวกันอีกครั้ง
2) นำผืนผ้าที่ตัดให้มีขนาด 50 x 50 cm (กว้าง x ยาว) วางลงบนพื้นที่เรียบและสะอาด และนำน้ำยางผสมสารเคมี 80 กรัม ทาลงบนผืนผ้าให้สม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น และตั้งทิ้งไว้ให้แห้งหมาดที่อุณหภูมิห้องประมาณ 5-10 นาที
3) วางผ้าผืนที่สองลงไปโดยให้แนวของผ้าตั้งฉากกันหรือขวางกัน กดเบาๆให้ผืนผ้าแนบติดกัน และนำน้ำยางผสมสารเคมีอีก 80 กรัม ทาลงไปบนผ้าผืนที่สองให้ทั่ว จากนั้นตั้งทิ้งไว้ให้แห้งที่อุณหภูมิห้องและอบที่อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที

การทดสอบความต้านแรงดึงและความยืด

คุณสมบัติความต้านทานแรงดึงและความยืดจัดเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของน้ำยางคอมพาวด์ สามารถทำการทดสอบโดยนำตัวอย่างน้ำยางคอมพาวด์ที่มีอายุ 3 วัน มากวนประมาณ 5 นาที เพื่อให้น้ำยางและสารเคมีผสมเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเทลงบนแผ่นกระจกที่กั้นขอบให้มีความสูงประมาณ 2-3 mm ขนาดไม่น้อยกว่า 20 cm × 20 cm โดยเทลงไปให้เต็มแผ่นกระจก และต้องมีความสม่ำเสมอและไม่มีฟองอากาศ ตั้งทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 6 ชั่วโมง จากนั้นนำไปอบที่อุณหภูมิ 120 องซาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที แกะชิ้นทดสอบออกจากแผ่นกระจก และทำการทดสอบตาม ISO 37 ด้วยเครื่องทดสอบแรงดึงโดยใช้อัตราเร็วในการดึง 500 มิลลิเมตร/นาที โดยสมบัติของแผ่นยางจากน้ำยางคอมพาวด์เคลือบผ้าปูสระกักเก็บน้ำเมื่อแห้ง ควรมีสมบัติดังนี้
1. ความต้านแรงดึง > 16 MPa
2. ความยืดเมื่อขาด > 600%

นอกจากนี้ยังต้องทำการทดสอบคุณสมบัติหลังการเร่งการเสื่อมอายุตามมาตรฐาน ISO 188 โดยทำการเร่งการเสื่อมอายุที่อุณหภูมิ (70±1) องศาเซลเซียส เป็นเวลา (168±2) ชั่วโมง แล้วนำไปทดสอบความต้านแรงดึงและความยืดซ้ำ โดยร้อยละการเปลี่ยนแปลงหลังการเร่งการเสื่อมอายุของความต้านแรงดึงต้องไม่เกิน ±25 และร้อยละการเปลี่ยนแปลงความยืดเมื่อขาด ต้องไม่เกิน ±30

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถหารายละเอียดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของน้ำยางคอมพาวด์เคลือบผ้าปูสระกักเก็บน้ำ ตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 2733 – 2559

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การจัดทำร่างมาตรฐานน้ำยางพาราสำหรับปูสระกักเก็บน้ำ”

หัวหน้าโครงการ : อาซีซัน แกสมาน
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง บุษยา เกรย์
กราฟิก พิชญาภา นาคทับที
00:00
00:00
Empty Playlist