RE cafe-5-08

เมื่อชาวบ้านลุกมาแก้ปัญหาหมอกควัน นำงานวิจัยดับไฟกลางใจคน

“การแก้ปัญหาไม่สามารถทำคนเดียวได้ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ชุมชนต้องมีส่วนร่วม ต้องคิดเสมอว่าเราต้องช่วยกันแก้ปัญหา เริ่มจากการสร้างจิตสำนึกการมีส่วนร่วม ผู้นำทุกฝ่ายจะต้องจุดประเด็นให้ชาวบ้านได้รับรู้ว่า หากเรายังต้องการหากินกับป่าเราก็ต้องช่วยกันดูแลป่า” คำกล่าวของ “นายจำนง จำรัสศรี” กำนันตำบลบ้านขอ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ที่ประสบปัญหาหมอกควันไฟป่ามาทุกช่วงหน้าแล้ง

เรามาดูกันว่าชาวบ้านใช้งานวิจัยดับปัญหาหมอกควันได้อย่างไร “นายอภัย สอนดี” อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 อดีตประธานป่าชุมชน เล่าถึงความเป็นมาในการลุกมาจัดการเรื่องนี้ว่า ตำบลบ้านขอ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เป็นอีกพื้นที่ซึ่งเคยประสบปัญหาเรื่องหมอกควันและไฟป่าทุกปี จึงเป็นสาเหตุให้ชุมชนร่วมกันตัดสินใจใช้กระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่นเข้ามาแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่า ภายใต้โครงการดังกล่าวร่วมกับทาง สกสว. ตั้งแต่ปี 2559 โดยเริ่มจากการชักชวนผู้นำหมู่บ้าน ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทั้ง 13 หมู่บ้าน และองค์บริหารส่วนตำบล มาร่วมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

มีการจัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับชุมชน 2 – 3 ครั้ง จึงได้ข้อสรุปว่าจะทำไปพร้อม ๆ กันทุกหมู่บ้าน เพราะทุกคนล้วนตระหนักแล้วว่า “เกิดไฟป่าทุกปี…แต่ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรดี” เมื่อทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินงานโดยใช้กระบวนการวิจัยเข้าขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ที่มีเป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์ป่า

อีกทั้งทาง อบต. ก็ยินดีและพร้อมให้การสนับสนุนทุกด้าน ทั้งด้านงบประมาณ เครื่องมืออุปกรณ์ดับไฟ และกำลังคน เพื่อเข้าช่วยเหลือแก้ไขปัญหาทันทีไม่ว่าจะเกิดเหตุขึ้นที่จุดใด เพราะเรามีรถบรรทุกน้ำเตรียมพร้อมตลอดเวลา ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจึงมาจากการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ร่วมคิด ร่วมทำ เมื่อชาวบ้านพร้อม อบต. สนับสนุน ทุกอย่างก็ขับเคลื่อนเดินหน้าไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง

นักวิจัยชาวบ้าน ต.บ้านขอ จ.ลำปาง

จากการทำงานวิจัยทำให้ได้เรียนรู้กระบวนการการทำงานเป็นทีม การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และแนวทางการแก้ปัญหา ที่สำคัญการทำงานเป็นทีมแบบลงพื้นที่ 13 หมู่บ้าน เข้าไปให้ความรู้ เข้าไปสร้างความเข้าใจซ้ำ ๆ เพื่อสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของป่า โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักด้วยตนเองแทนเพียงการติดป้ายเตือน เมื่อชาวบ้านได้รับรู้และตระหนักถึงอันตรายและผลกระทบที่อาจเกิดกับเขามากขึ้น ปัญหาจึงลดลงอย่างที่เห็นในวันนี้

จากเมื่อก่อนชาวบ้านเคยไม่สนใจเข้าป่า ไปอยู่ตรงไหนก็จะจุดไฟตรงนั้น แล้วไม่ดับ…เพราะไม่รู้ แต่วันนี้ชุมชนมีกฎระเบียบข้อตกลงร่วมกัน ชาวบ้านเข้าไปหาของป่า หาของกินได้ แต่เวลาหุงอาหารเสร็จต้องเก็บให้เรียบร้อย

เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาปรุง

เมื่อชุมชนเห็นประโยชน์และรู้คุณค่าของป่า ป่ารอบชุมชนก็เริ่มกลับมาอุดมสมบูรณ์ มีการกำหนดพื้นที่ เช่น เขตอนุรักษ์วังปลา บ้านป่าเหว พื้นที่ต้นน้ำห้วยบอมแม่น้ำสายหลักของชุมชน จากเดิมที่ถูกปล่อยปะละเลย แต่เมื่อผ่านการเข้าร่วมโครงการฯ ชาวบ้านก็เห็นความสำคัญหันกลับมาดูแลรักษาแหล่งต้นน้ำอีกด้วย ร่วมกันนำกระสอบทรายมาทำเป็นฝายชะลอน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง และยังอนุรักษ์พันธุ์ปลาปรุงซึ่งเป็นปลาท้องถิ่นหายากใกล้สูญพันธุ์ ให้กลับมามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยชุมชนมีการจัดทำข้อตกลงร่วมกันกำหนดเป็นกฎกติกาว่า ห้ามจับปลาในเขตอนุรักษ์ ภายในรัศมี 1,500 เมตร หากฝ่าฝืนจะถูกปรับตัวละ 5,000 บาท ส่วนผู้ช่วยและผู้ใหญ่บ้านจะถูกปรับด้วยโทษที่หนักกว่าเป็น 2 เท่า ผลจากการร่วมมือกันทั้งหมดทำให้ระบบนิเวศกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

ปลาปรุง

ปัจจุบันสถานการณ์หมอกควันไฟป่าในพื้นที่ตำบลบ้านขอ อำเภอเมืองปาน ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากจำนวนไฟป่าที่เคยเกิดขึ้นกว่า 100 ครั้ง ลดลงเหลือ 19 ครั้ง ในปีที่ผ่านมา นำมาสู่การจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบหมู่บ้านปลอดการเผา” ขึ้น ณ บ้านขอใต้ หมู่ 4 ตำบลบ้านขอ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เพื่อเปิดให้หน่วยงานหรือตำบลอื่น ๆ ที่สนใจเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งภายในศูนย์ฯ มีการนำเสนอในรูปแบบนิทรรศการ แผนผังการทำงาน และแนวทางการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าแบบมีส่วนร่วมของคนในชุมชนให้ได้เรียนรู้ รวมถึงข้อมูลสถิติที่ผ่านมา

“นายชาญ อุทธิยะ” หรือหนานชาญ พี่เลี้ยงจาก สกสว. กล่าวสรุปปิดท้ายว่า “ปัญหาหมอกควันไฟป่า จะต้องดับไฟในใจคนก่อน โดยการสร้างความเข้าใจให้กับคนในพื้นที่ เห็นได้ชัดจากผลการดำเนินงาน ตำบลบ้านขอเกิดปัญหาหมอกควันไฟป่าน้อยที่สุดในจังหวัดลำปางรองจากอำเภอเถิน และจากผลสำเร็จนี้จึงมีแนวคิดที่จะยกระดับงานวิจัยจากระดับตำบลเป็นระดับอำเภอ โดยใช้บทเรียนโมเดลบ้านขอเป็นต้นแบบนำไปขยายผลสู่ระดับอำเภอ เพื่อให้อำเภอเมืองปราศจากหมอกควันไฟป่าอย่างถาวร”

จากงานวิจัยที่ต้องการจะแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าของตำบลที่ตนเองอยู่อาศัย กำลังมุ่งขยายผลองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่ระดับอำเภอ เราคงต้องติดตามให้กำลังชาวบ้านกันต่อไป

 

00:00
00:00
Empty Playlist