Cover_nologo

สร้างเครือข่ายสุขภาพชายแดน ยกระดับสุขภาพมั่นคง

สุขภาพของประชาชนบริเวณชายแดนของประเทศที่อยู่ติดกัน ถือเป็นบริเวณสำคัญในการป้องกัน และลดการระบาดของโรคภัยต่างๆ หากมีการจัดการสร้างระบบกลไกที่ดี สามารถทำให้ชุมชน และหน่วยงานบริเวณชายแดนเข้มแข็ง จะช่วยส่งผลไม่เพียงแต่สุขภาพของประชาชนทั้งสองประเทศที่ดีขึ้น ยังส่งผลถึงเศรษฐกิจบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศที่จะแข็งแรงขึ้นตามไปด้วย แต่จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ควรได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนไหนบ้าง สามารถติดตามอ่านได้จากบทความนี้

เป้าหมายงานวิจัย เพื่อพัฒนางานสาธารณสุขชายแดน เป็นการศึกษากลไก/กระบวนการ/กิจกรรมเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่ และใช้งานวิจัยเพื่อหาแนวทางสนับสนุนและพัฒนาให้เข้มแข็งขึ้น นอกจากนั้นโครงการวิจัยยังสนับสนุนข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อการดําเนินงานในพื้นที่โดยยึดหลักการการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในชุมชนเพื่อดําเนินการแก้ปัญหาสุขภาพของชุมชน

ความเป็นมาของการริเริ่มงานวิจัย

การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของประชากรในเขตชายแดน การเคลื่อนย้ายของผู้คนก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อชายแดนที่สําคัญ เช่น ไวรัสโคโรน่า มาลาเรีย วัณโรค เอดส์ และโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น คอตีบและพิษสุนัขบ้า เป็นต้น ซึ่งประเทศไทยดําเนินการเฝ้าระวังและป้องกันโรคตามกรอบความมั่นคงทางสุขภาพโลกเช่นเดียวกันกับประเทศต่างๆ โดยดําเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ดังนั้นเพื่อให้การดําเนินการสาธารณสุขชายแดนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบการเฝ้าระวังโรค ชายแดนที่เข้มแข็ง จึงได้มีการร่วมมือในการทํางานและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยและการรักษา

แนวทางสู่การสร้างความมั่นคงทางสุขภาพชายแดนไทย

พื้นที่ชายแดนของไทยมีการข้ามแดนเพื่อเป้าหมายการค้ามาแต่อดีต การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยนโยบายการค้าเสรี การค้าชายแดน และการพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจ ตลอดจนการส่งเสริมการท่องเที่ยว ล้วนเป็นปัจจัยสําคัญที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทางด้านการคมนาคมขนส่งและการเคลื่อนย้ายของประชากรเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการส่งเสริมและพัฒนาดังกล่าวเกิดขึ้นในประเทศที่มีอาณาเขตติดกัน การพัฒนาของประเทศหนึ่งย่อมส่งผลถึงอีกประเทศหนึ่งที่มีดินแดนติดกันไม่ว่าจะผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจหรือสังคม ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของประชากรที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การจัดการสาธารณสุขชายแดนในประเทศไทย เริ่มจากการวางแผนยุทธศาสตร์สาธารณสุขชายแดนในระดับชาติ ด้วยความร่วมกันระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านในการดําเนินการด้านสาธารณสุขชายแดน

จังหวัดชายแดนคู่ขนานไทย-ลาว – ความร่วมมือด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อสําคัญชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง ระหว่างจังหวัดหนองคายกับนครหลวงเวียงจันทน์ จังหวัดเลยกับแขวงไชยะบุลี จังหวัดบึงกาฬกับแขวงบอลิคําไซ เพื่อรายงานโรคติดต่อตามแนวชายแดน การส่งต่อผู้ป่วยผ่านด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ การพัฒนาแนวทางควบคุมวัณโรคตามแนวชายแดน การสอบสวนโรคร่วมกัน และประเด็น อื่นๆ

จังหวัดชายแดนคู่ขนานไทย-กัมพูชา ความร่วมมือระหว่างจังหวัดชายแดนคู่ขนานจังหวัดสระแก้วกับบันเตียมินเจย โดยความร่วมมือในด้านการพัฒนาระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเพื่อการเฝ้าระวังโรค การซ้อมแผนเพื่อเตรียมรับและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข และการพัฒนาแกนนําอาสาสมัคร สาธารณสุขต่างด้าว

จังหวัดชายแดนคู่ขนานไทย-มาลาเซีย เมืองคู่ขนานสงขลา-เคดาห์ สตูล-เปอร์ลิส ยะลา-เประ นราธิวาส-กลันตัน มีแนวทางจัดระบบ การป้องกันในระดับต่างๆ ร่วมกันระหว่างรัฐไทย-มาเลเซีย ในระดับอําเภอไปถึงระดับกระทรวง ในด้านต่างๆ ดังนี้ กรณีเกิดภัยพิบัติ กรณีเกิดการระบาดของโรคติดต่อ การส่งต่อ และแนวทางการดูแลสุขภาพประชาชนตามแนวชายแดนร่วมกัน รวมถึงการกําหนดข้อตกลงเป็นช่องทางการเชิญประชุมหรือการเชิญร่วมกิจกรรมรณรงค์หรือซ้อมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข

จังหวัดชายแดนคู่ขนานไทย-เมียนมาร์ – มีการดําเนินการแผนงานวัณโรค การแลกเปลี่ยนข้อมูลเฝ้าระวังวัณโรคตามแนวชายแดนและการหารือเกี่ยวกับการเฝ้าระวังวัณโรค เช่น การจัดตั้งจุดโฟกัสด้านการรักษาและการส่งต่อผู้ป่วยวัณโรค ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR 2005) – แผนงานโรคเอดส์ มีการหารือกับ East Shan State เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการยาต้านไวรัสเอชไอวีให้กับชาวเมียนมาร์ที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนในประเทศไทย และร่วมกําหนดกลไกการประสานงานดําเนินการส่งต่อผู้ป่วยเอดส์ชาวเมียนมาร์ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการในประเทศไทย – แผนงานมาลาเรีย มีการจัดตั้ง Malaria Post เพื่อให้บริการตรวจรักษา จัดกิจกรรมร่วมกับหมู่บ้านชายแดนคู่ขนาน การจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ เป็นต้น

– ความร่วมมือในระดับพื้นที่ชายแดนโดยสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดตากและสํานักงานป้องกันควบคุมโรคติดต่อที่ 9 พิษณุโลก ดําเนินการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค โดยการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพ พัฒนาระบบบริการสุขภาพที่เข้าถึงง่าย คือ Health Post และ Malaria Post รวมถึงการพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติและพนักงานสาธารณสุขต่างชาติ

ด้วยบริบทของพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่การค้าชายแดน มีการเคลื่อนย้ายของแรงงานและคนข้ามแดนมาเป็นระยะเวลานานของพื้นที่แม่สอด จังหวัดตาก เป็นที่มาของการนำไปสู่แนวคิดการศึกษางานสาธารณสุขชายแดนของงานวิจัยนี้ เพื่อแก้ปัญหาโรคและภัยสุขภาพทั้ง 6 โรคในพื้นที่ ประกอบด้วย 1) อหิวาตกโรค 2) มาลาเรีย 3) วัณโรค ดื้อยา 4) HIV/AIDS 5) EPI (การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค) และ 6) แคดเมียม ด้วยการนำศูนย์บริการสุขภาพชุมชุนเป็นเครื่องมือสู่การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนพื้นที่แม่สอด

ปั้นเครื่องมือตอบโต้ภัยสุขภาพ สู่การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน

ศูนย์สุขภาพชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เกิดขึ้นโดยมีจุดร่วมที่สําคัญ คือ การขยายบริการสาธารณสุขในชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพที่จําเป็น แต่เนื่องจากแต่ละแห่งมีเป้าหมายและดูแลบริหารจัดการในลักษณะต่างกัน เงื่อนไขที่ส่งผลต่อการดําเนินงานจึงมีความแตกต่างกัน
1. ศูนย์สุขภาพชุมชน จํานวน 2 แห่งที่ดําเนินการโดยสํานักงานสาธารณสุขอําเภอแม่สอด เน้นการเฝ้าระวัง
โรคติดต่อ โรคระบาดข้ามแดน ทําหน้าที่เป็นหน่วยคัดกรอง เฝ้าระวัง สืบสวนโรค และภัยคุกคามสุขภาพ เพื่อให้การป้องกันและควบคุมโรคเป็นไปอย่างเท่าทันสถานการณ์
2. ศูนย์สุขภาพชุมชนในชุมชนต่างชาติที่กระจายอยู่ในพื้นที่เมืองและชุมชนที่มีความห่างไกลจากเมือง ดําเนินการภายใต้การดูแลของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ศูนย์แม่สอด จํานวน 25 แห่ง โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อการสร้างพลังชุมชนให้มีศักยภาพในการดําเนินการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้เอง และมิได้ดําเนินการเพียงแค่เรื่องสุขภาพเท่านั้น แต่มีการทํางานร่วมกับหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน ในประเด็นที่มีความครอบคลุมไปถึงเรื่องอื่นๆ ในชีวิตประจําวันของแรงงานและประชากรต่างชาติในชุมชน

เครือข่ายการดําเนินงานสาธารณสุขชายแดน
ลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามสุขภาพได้อย่างแท้จริง

แนวทางการสร้างความมั่นคงทางสุขภาพโลกที่ให้ความสําคัญในการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการตอบโต้โรคและภัยคุกคามสุขภาพ การแก้ปัญหาและการพัฒนางาน สาธารณสุขชายแดนของไทย เน้นให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการดําเนินงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพ การจัดการสุขภาพชายแดนของภูมิภาคต่างๆ ได้อาศัยการทํางานร่วมกันของภาคีเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชนหรือประชาชน ซึ่งนอกจากจะเป็นโอกาสหรือช่องทางในการทํางานเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันแล้วนั้น สิ่งนี้ยังเป็นส่วนสําคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของการจัดการสุขภาพชายแดนด้วยเช่นกัน

ผลที่ได้จากงานศึกษานี้ช่วยให้เกิดช่องทางที่ทำให้ประชากรบริเวณชายแดนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพผ่านศูนย์สุขภาพชุมชนในอําเภอแม่สอด ทำให้ลดภาวะการเจ็บป่วย ภาวะความแออัดในสถานพยาบาล อีกทั้งยังสามารถกระจายสื่อ-ข้อมูลข่าวสาร การค้นหา คัดกรอง และติดตามผู้ป่วยไข้เลือดออกและวัณโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพพื้นฐานในกลุ่มประชากรบริเวณชายแดนที่อาศัยในพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมือง(ศูนย์สุขภาพในเขตตัวเมืองและตําบลชายแดน) ผ่านอาสาสมัครที่เป็นกลไกสำคัญยิ่งในฐานะการสนับสนุนการดําเนินงานของศูนย์สุขภาพชุมชน อีกทั้งทำให้เกิดระบบบริหารจัดการในการประสานการทํางานร่วมกันระหว่างเครือข่าย ช่วยให้การเฝ้าระวังและติดตามผู้ป่วยทำได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “เครือข่ายสุขภาพชายแดนและบริการสุขภาพพื้นฐาน: การส่งเสริมความมั่นคงทางสุขภาพในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด”

หัวหน้าโครงการ : เทพินทร์ พัชรานุรักษ์
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง ไพรินทร์ ตันติวิชยานนท์
กราฟิก ไพรินทร์ ตันติวิชยานนท์

 

 

 

 

 

 

00:00
00:00
Empty Playlist