DSC02130_resize

มือเทียมกล โอกาสที่ 2 ของผู้พิการ

ลองจินตนาการว่า คุณได้สูญเสียแขนสักข้างไป อาจทำให้สูญเสียศักยภาพในการใช้ชีวิต แต่โชคดีว่าเราอยู่ในยุคที่มีนวัตกรรมล้ำหน้าด้านการแพทย์ และการผลิตกายอุปกรณ์เทียม

อวัยวะเทียม อย่างเช่นแขนและมือ ที่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามความต้องการของผู้สวมใส่ยังคงมีราคาแพง และเข้าถึงได้ยาก โดยเฉพาะผู้พิการในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นแรงงานที่มักสูญเสียแขนและมือจากการทำงาน พวกเขาขาดความรู้และช่องทางเข้าถึงบริการกายอุปกรณ์ที่ทันสมัย

จะเป็นไปได้ไหม ที่ผู้พิการจะมีโอกาสที่ 2 ให้พวกเขามีมือ และแขนที่ใช้งานได้เสมือนจริง

มือเทียมกล” (prosthetic hand) เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ผู้สวมใส่มีอิสระในการเคลื่อนไหว ตัวแขนและมือผลิตจากเครื่องพิมพ์ภาพ 3 มิติที่ล้ำสมัย บวกกับการเคลื่อนไหวได้ตามความต้องการของผู้สวมใส่กำลังจะเป็นนวัตกรรมที่มอบโอกาสที่ 2 และศักยภาพในการใช้ชีวิตของผู้พิการให้กลับคืนมา

เริ่มต้นโจทย์จากผู้ใช้งาน

หลายสถาบันพยายามพัฒนามือเทียมกลที่ตอบสนองการเคลื่อนไหว ทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่สิ่งที่พบคือมีราคาสูง และเข้าถึงยาก ทำให้ผู้พิการที่ได้รับมือเทียมกลยังอยู่ในวงแคบและจำกัดเฉพาะคนที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรในส่วนนี้ได้เท่านั้น

“ในส่วนของแขนราคาสูงมาก ปัจจุบันนี้ผมได้ยินว่าราคา 80,000 – 100,000 บาท ที่จะสามารถทำงานได้ แบบกดปุ่มราคาหลักหลายหมื่น 60,000-80,000 บาท แค่กดปุ่มเพื่อให้กำกับแบ ยังไม่ได้แยกนิ้ว ถ้ายิ่งแยกนิ้วเข้าไปได้เมื่อไหร่ ราคายิ่งสูงขึ้นไป ที่ผมเห็นล่าสุดของอเมริกาประมาณหลักล้าน” ผศ.ดร.นพรัตน์ ธรรมวงษา คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีกล่าว

โดยปกติผู้พิการกว่าเขาจะได้แขนมาข้างนึงที่เป็นแขนเทียมเอาไว้ใส่จะต้องมีอายุ มากกว่า 20 ปี ซึ่งเขาหยุดการเจริญเติบโตแล้วเขาถึงจะมีแขน

อีกข้อจำกัดหนึ่งของผู้พิการในประเทศไทย คือช่วงอายุที่จะได้รับกายอุปกรณ์ ผู้พิการจะต้องรอจนกระทั่งมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์เพื่อรอให้ร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่ จึงจะได้รับมือเทียม แต่ ผศ.ดร.นพรัตน์ มองว่าถึงเวลานั้นก็อาจสายเสียแล้ว เพราะกล้ามเนื้อแขนที่จะใช้เชื่อมกับตัวได้ฝ่อและเสื่อมถอยตามกาลเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน ถ้าหากผู้พิการได้รับมือเทียมกลเร็วเท่าไร โอกาสที่พวกเขาจะได้ใช้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์จะยิ่งมีมากขึ้น

เมื่อมองผ่านเสียงสะท้อนของผู้พิการ พวกเขาต้องการมือเทียมกลที่ไม่ซับซ้อน ดูแลง่าย และใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพราะผู้พิการในประเทศไทยส่วนใหญ่คือชนชั้นแรงงาน และมีรายได้ไม่มากนัก พวกเขาจึงต้องการกายอุปกรณ์ที่พวกเขาสามารถดูแลรักษาเองได้ และข้อสำคัญเลยคือการใช้งานที่ไม่ขัดต่อการวิถีชีวิตประจำวัน เพื่อให้พวกเขายังคงสามารถประกอบอาชีพ และหาเลี้ยงชีพได้

จาก Passion สู่งานวิจัย

ผศ.ดร.นพรัตน์ ธรรมวงษา อาจารย์จากคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ผู้มีความหลงไหลในเรื่องหุ่นยนต์จากการดูภาพยนต์หลากหลายเรื่อง และความต้องการช่วยเหลือคนด้วยความรู้ความสามารถด้าน Controller และ Sensor ที่ตนเองถนัด จนต่อยอดเป็นงานวิจัยเกี่ยวกับ “การสร้างมือเทียมกลควบคุมผ่านตัวรับสัญญาณไฟฟ้าในกล้ามเนื้อ”

“อาจเป็น passion ที่ตอนเด็กๆ เราอยากเป็นหมอ ก็เลยมาทำงานทางด้านการแพทย์ซะมากกว่า ในส่วนของหลายๆ งาน เอาเทคโนโลยีที่เราถนัด เอางานเซ็นเซอร์ เอางาน Controller ที่เราถนัดมาช่วยเขา” ผศ.ดร.นพรัตน์กล่าว

จากการไปร่วมงานกับโรงพยาบาลสิรินธร จังหวัดขอนแก่น แล้วพบกับผู้พิการโรคเรื้อนซึ่งไม่มีตอมือที่พยายามเปิดขวดน้ำพลาสติกด้วยตนเอง ถึงแม้ผู้พิการจะเปิดขวดน้ำได้แต่น้ำจากขวดกลับหกรดกางเกงของผู้พิการเต็มไปหมด ภาพที่เห็นเกิดเป็นแรงผลักดันให้ ผศ.ดร.นพรัตน์ สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อผู้พิการอย่างจริงจัง

การสร้างมือเทียมกลควบคุมผ่านตัวรับสัญญาณไฟฟ้าในกล้ามเนื้อ

“ในส่วนของงานวิจัยจะมีอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ การที่เราใช้ 3D Printing มาใช้ในการออกแบบ ซึ่งเราออกแบบออกแบบแขนให้สามารถเข้ากับผู้ใช้งานได้หลายรูปแบบ ซึ่งเราได้ออกแบบงานวิจัยไว้ทั้งหมด 20 รูปแบบด้วยกัน ทั้งข้างขวาแล้วก็ข้างซ้าย สองคือเราได้ออกแบบในส่วนของสัญญาณควบคุม สัญญาณควบคุมคือสัญญาณที่สั่งการจากสมองเป็นสัญญาณไฟฟ้าออกมาที่แขน ตัวนี้เป็นงานวิจัยที่เราทำเป็น platform ไว้สำหรับจับสัญญาณ แล้วก็เอาชุดสัญญาณนั้นมาสั่งการตัวชุดควบคุมอีกทีนึงให้แขนสามารถทำงานได้” ผศ.ดร.นพรัตน์กล่าว

ผศ.ดร.นพรัตน์ ตั้งใจให้ผู้พิการสามารถเข้าถึงมือเทียมกลได้ทันที ไม่ต้องรอเวลาหรือรอช่วงอายุที่เหมาะสม การพัฒนามือเทียมกลด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และใช้สัญญาณไฟฟ้าร่างกายเป็นตัวควบคุมมือเทียมด้วยเซนเซอร์ที่พัฒนาขึ้นเอง ทำให้มือเทียมกลหนึ่งข้างมีราคาประมาณ 5,000 บาทเท่านั้น

งานวิจัยมันคืองานที่ไม่เคยหยุดนิ่ง คืองานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้งานวิจัยจะจบไปแล้ว ผศ.ดร.นพรัตน์ยังคงต่อยอดงานวิจัยเพื่อเป็นแพลตฟอร์มให้โรงพยาบาล ปรับใช้ตามความต้องการแต่ละบุคคล ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และสร้างเป็นนวัตกรรมที่พร้อมตอบโจทย์ users ด้วยมือเทียม สุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้พิการ

“ยิ่ง passion ที่เราต้องการทำเพื่อที่จะช่วยคนอื่น ยิ่งทำให้เรามีแรงที่จะทำงานต่อไป งานวิจัยคืองานที่ไม่เคยหยุดนิ่ง คืองานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรายังทำต่อเพราะว่าเรามองว่าเราต้องการทำเพื่อที่จะช่วยคนอื่น ตัวนี้ต่างหากคือส่วนสำคัญของการเป็นนักวิจัยของเรา” ผศ.ดร.นพรัตน์กล่าว

ยกระดับ “เรื่องของพื้นที่” ให้เป็น “เรื่องของส่วนรวม”

มือเทียมกลถือเป็นหนึ่งในพันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มาจากโจทย์ท้องถิ่นโดยตรง จากการที่นักวิจัยมองเห็นความต้องการในพื้นที่ของตนเองเป็นหลัก

“ของราชภัฏเราจะเน้นเชิงพื้นที่เป็นหลัก อะไรที่จะตอบโจทย์ว่าบ้านเราพัฒนาแล้วมันคือโจทย์ที่นักวิจัยควรที่จะคิดก่อน เมื่อไหร่ก็ตามเรามองเห็นแล้วว่าบ้านเราพัฒนา นั่นแหละคือสิ่งที่นักวิจัยน่าจะทำ” ผศ.ดร.นพรัตน์กล่าว

จากงานวิจัยในพื้นที่ ขณะนี้มือกลเทียมเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลสิรินธร จังหวัดขอนแก่น และโรงพยาบาลประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี ให้ผู้พิการสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผศ.ดร.นพรัตน์เชื่อว่าการส่งมอบให้โรงพยาบาลเป็นผู้ดูแลโครงการต่อจะได้ประโยชน์มากกว่า

นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้พิการเข้าถึงโอกาสและก้าวข้ามอุปสรรคทางร่างกายได้ มือกลเทียม (prosthetic hand) จาก 3D Printing และการเชื่อมต่อสัญญาณไฟฟ้าในกล้ามเนื้อให้สามารถควบคุมการขยับมือกลเทียมได้ จะเป็นนวัตกรรมที่ก้าวล้ำหน้าส่งผลให้มนุษย์กล้าเผชิญกับการสูญเสียอวัยวะได้มากขึ้น

ท้ายสุดแล้วแม้นวัตกรรมจะดีแค่ไหน ถ้าแพงเกินไปคงไม่มีใครสามารถใช้งานได้จริง เพื่อเป็นโอกาสสำคัญเพื่อจะมอบศักยภาพในการดำเนินชีวิตคืนสู่ผู้พิการ

ขอขอบคุณ

การสร้างมือเทียมกลควบคุมผ่านตัวรับสัญญาณไฟฟ้าในกล้ามเนื้อ
ผศ.ดร.นพรัตน์ ธรรมวงษา คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

สนับสนุนการวิจัยโดย สกสว.

00:00
00:00
Empty Playlist