thumbnail_Biomass plant -01

ไม้โตเร็ว พืชพลังงานเพื่อผลิตไฟฟ้า

การปลูกพืชพลังงาน นอกจากจะเป็นทางเลือกเพื่อสร้าง “ความมั่งคั่งยั่งยืนพลังงานไทย” แล้ว “พืชชีวมวล” เหล่านี้ ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม เนื่องจากช่วยสร้างงานและสร้างรายได้แก่เกษตรกร

ตามแผนการพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ปี พ.ศ.2558-2579 ได้ตั้งเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 40 จากเดิมร้อยละ 20 เพื่อผลิตไฟฟ้า 37,000 เมกะวัตต์ กระทรวงพลังงานจึงได้เตรียมเสนอปรับแผนการเพิ่มพลังงานทดแทนจากชีวมวล ซึ่งเศษเหลือจากภาคเกษตรอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีการปลูกพืชพลังงานเข้ามาเสริมเพื่อไปสู่เป้าหมายการผลิตไฟฟ้าที่ตั้งไว้ รวมถึงการผลิตไฟฟ้าจากแก๊สชีวภาพ ซึ่งต้องใช้องค์ความรู้ในการผลิตพืชพลังงานเพื่อการผลิตที่มีประสิทธิภาพ

น่าสนใจที่ในธรรมชาติของไทยมีพืชที่เราสามารถนำไปแปรรูปเป็น ‘พลังงานชีวมวล’ ที่พบได้ทั่วไปในทุกภูมิภาค ให้ค่าความร้อนสูง และไม่สร้างมลภาวะในกระบวนการแปรรูปเป็นพลังงาน แต่ทว่าพืชที่มีอยู่มากมาย สายพันธุ์ไหนที่จะโดดเด่นที่สุด

พืชสายพันธุ์ไหนบ้างที่มีศักยภาพ

ดร.มะลิวัลย์ หฤทัยธนาสันติ์

ดร.มะลิวัลย์ หฤทัยธนาสันติ์ หัวหน้าโครงหารวิจัย “การรวบรวมข้อมูลการปลูกต้นไม้โตเร็วสำหรับจัดทำแผนที่นำทางงานวิจัยการปลูกไม้โตเร็วเพื่อพลังงาน” ซึ่งได้ร่วมวิจัยกับภาคเอกชนและเกษตรกรเพื่อให้เกิดการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยแบ่งแผนที่นำทางระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ออกเป็น 7 กลุ่มหลัก คือ การพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ไม้โตเร็ว ระบบการปลูกและการเตรียมพื้นที่ การจัดการสวนป่า การตัดฟันและโลจิสติกส์ การประเมินผลผลิตมวลชีวภาพ การวิเคราะห์ผลตอบแทนและการขยายผลการส่งเสริมปลูก และการยอมรับและผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการพัฒนาพลังงานชีวมวลอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญที่สุด คือ การขาดแคลนแรงงาน ในระยะสั้นจึงต้องเร่งพัฒนาเครื่องจักรเพื่อทดแทนแรงงานที่มีจำนวนลดลงและแรงงานสูงวัย รวมถึงช่วยลดต้นทุน

ผลจากงานวิจัย แสดงให้เห็นว่า ไม้โตเร็วที่ควรนำมาปลูกเพื่อเป็นเชื้อเพลิงทางเลือก ควรมีคุณสมบัติให้ผลผลิตต่อพื้นที่สูง มีความหนาแน่นไม้สูง ปริมาณขี้เถ้าต่ำ ปริมาณลิกนินสูงซึ่งจะทำให้มีค่าความร้อนสูง ทนโรคและแมลง เติบโตได้ดีในพื้นที่ดินเสื่อมโทรม ความสามารถในการแตกหน่อดี ขยายพันธุ์ได้ง่าย สามารถปลูกร่วมกับพืชเกษตรอื่นในระบบวนเกษตรได้ โดยไม้โตเร็วที่มีศักยภาพในการนำมาปลูกเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในปัจจุบัน ได้แก่ ไม้สกุลยูคาลิปตัส (Eucalyptus) กระถินณรงค์ กระถินเทพา (Acacia) กระถินยักษ์ (Leucaena) สนประดิพัทธ์ (Casuarina) เสม็ดขาว (Melaleuca) และไผ่

ไม้สกุลยูคาลิปตัส (Eucalyptus)

แต่ก็อาจจะมีเรื่องที่มักสร้างความวิตก คือ ความเชื่อเรื่องการปลูกยูคาลิปตัสเป็นการทำลายดิน แต่จากวิทยานิพนธ์ของนิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และงานวิจัยจาก สกสว. หลายชิ้น พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ยูคาลิปตัสไม่ได้ทำลายดิน ในทางกลับกันกันยังสามารถช่วยปรับปรุงดินด้วยซ้ำ

ดร.มะลิวัลย์  กล่าวว่า “ส่วนหนึ่งที่เป็นเหตุผลว่าทำไมต้องใช้ไม้โตเร็วเป็นตัวบุกเบิกก่อน เพราะเพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่มันฟื้นฟูกลับมา แล้วหลังจากนั้นค่อยใส่ไม้โตช้าหรือไม้ในถิ่นกลับคืนไป หรือบางทีตอนนั้นก็อาจปลูกแบบผสมผสานเข้าไป”

พื้นที่ดินเสื่อมโทรมปลูกได้ไหม

ดร.วราวุฒิ ศุภมิตรมงคล

ดร.วราวุฒิ ศุภมิตรมงคล หัวหน้าโครงหารวิจัย “การศึกษาศักยภาพของพื้นที่ดินเสื่อมโทรมในการปลูกไม้โตเร็วเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า” กล่าวว่า ได้ศึกษาเพื่อจัดทำแผนที่ความเหมาะสมในการปลูกไม้โตเร็วที่ที่ศักยภาพในการนำมาปลูกเป็นเชื้อเพลิงทางเลือก โดยเลือกพื้นที่ศึกษาที่เป็นพื้นที่เสื่อมโทรมในระดับวิกฤติและระดับรุนแรงในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรนอกเขตชลประทาน โดยต้องไม่กระทบกับพื้นที่ที่ใช้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก

ผลจากงานวิจัย คณะผู้วิจัยได้กำหนดพื้นที่สำหรับตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้งหมด 4 บริเวณในบริเวณรัศมี 30 กิโลเมตร ได้แก่ จุด Buffer 1 บริเวณจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่สำหรับปลูกไม้โตเร็วเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 192.5 เมกะวัตต์ จุด Buffer 2 บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ พื้นที่สำหรับปลูกไม้โตเร็วเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 99.7 เมกะวัตต์ จุด Buffer 3 บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู และอุดรธานี พื้นที่สำหรับปลูกไม้โตเร็วเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 188.9 เมกะวัตต์ และจุด Buffer 4 บริเวณจังหวัดหนองคาย พื้นที่สำหรับปลูกไม้โตเร็วเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 185.3 เมกะวัตต์ ซึ่งหากพิจารณาพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกไม้โตเร็วทั้งประเทศเพื่อนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า พบว่าสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 2,283.8 เมกะวัตต์

โดยนอกจากพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่แล้ว ยังต้องพิจารณาเรื่องต้นทุนการปลูก การจัดการแปลง และเมื่อคำนึงถึงผลกำไรสูงสุดจากการปลูก พบว่า ไม้สกุลยูคาลิปตัสถูกแนะนำให้ปลูกเป็นอันดับแรกในพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งหมด

การปลูกพืชพลังงาน นอกจากจะเป็นทางเลือกเพื่อสร้าง “ความมั่งคั่งยั่งยืนพลังงานไทย” แล้ว “พืชชีวมวล” เหล่านี้ ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม เนื่องจากช่วยสร้างงานและสร้างรายได้แก่เกษตรกร

 

เรียบเรียงและอ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย

“การรวบรวมข้อมูลการปลูกต้นไม้โตเร็วสำหรับจัดทำแผนที่นำทางงานวิจัยการปลูกไม้โตเร็วเพื่อพลังงาน”

หัวหน้าโครงการ

ดร.มะลิวัลย์ หฤทัยธนาสันติ์

สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โครงการวิจัย

“การศึกษาศักยภาพของพื้นที่ดินเสื่อมโทรมในการปลูกไม้โตเร็วเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า”

หัวหน้าโครงการวิจัย

ดร.วราวุฒิ ศุภมิตรมงคล

สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สนับสนุนการวิจัยโดย

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

 

00:00
00:00
Empty Playlist