RC20359_00

โอกาสของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย

ในวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ประเทศรัสเซีย เบลารุส และคาซัคสถาน ได้ลงนามความร่วมมือระหว่างกันในการจัดตั้งสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Eurasian Economic Union: EAEU) โดยมี       จุดมุ่งหมายเพื่อจัดเก็บอัตราภาษีศุลกากรนอกกลุ่มสมาชิกให้เป็นหนึ่งเดียว (common external tariff) และประสานจัดการกับอุปสรรคทางการค้า (harmonize)

ปัจจุบันมีประเทศรัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส คีร์กีซสถาน และอาร์เมเนีย เป็นสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย ซึ่งมีพัฒนาการมาจากประชาคมเศรษฐกิจยูเรเชีย มีประชากรรัฐสมาชิกประมาณ 170 ล้านคน มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ราว 2.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นกลุ่มตลาดขนาดใหญ่ที่น่าสนใจสำหรับการค้าและการลงทุน สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียมีต้นแบบมาจากสหภาพยุโรป โดยมีการพัฒนามาจากการเป็นสหภาพศุลกากร (Customs Union) เพื่อให้เกิดเป็นเขตเศรษฐกิจเดียว (Single Economic Space) รวมถึงเป็นการปูทางไปสู่การพัฒนาและบูรณาการทางการเมืองในอนาคต ที่สำคัญนับเป็นประโยชน์กับประเทศไทยในการหาโอกาสในการเข้าเป็นสมาชิกเพื่อผลประโยชน์ต่างๆ ทางการค้าและการลงทุนอีกด้วย

 

การเข้าเป็นสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียของไทยควรอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์ไทยกับรัสเซีย

ถึงแม้สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียเป็นองค์การระหว่างประเทศได้ไม่นาน แต่องค์การก็มีพลวัตการบูรณาการความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ยังมุ่งปฏิสัมพันธ์กับประเทศภายนอกภูมิภาคอย่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มหาอำนาจอย่างรัสเซียพยายามเข้ามาแสดงบทบาททางด้านเศรษฐกิจ และรัสเซียยังเป็นผู้นำในการผลักดันสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย อาจกล่าวได้ว่าแนวโน้มและโอกาสของไทยในการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซียที่ปฏิสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนานและรอบด้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าประเทศรัสเซียเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยและมีความสำคัญ เนื่องจากร้อยละ 90 ของมูลค้าการค้าระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียเป็นการค้าขายที่เกิดขึ้นกับรัสเซีย ทำให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจที่ผู้ประกอบการไทยในการรุกตลาดเข้าสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย เพราะนอกจากสินค้าของไทยจะสามารถส่งออกไปขายยังรัสเซียได้แล้ว ยังสามารถใช้รัสเซียเป็นฐานในการขยายตลาดไปยังประเทศสมาชิกสหภาพที่เหลือได้อีกด้วย รวมถึงลักษณะของการค้าการลงทุน ข้อตกลงต่างๆ รูปแบบของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียมีการใช้รูปแบบเดียวกับที่รัสเซียเคยปฏิบัติ

 

ประเทศไทยยังไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซียได้ในระยะอันใกล้

แต่อย่างไรก็ตามการเข้าเป็นสมาชิกของไทยในสหภาพดังกล่าวยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้ เพราะการตัดสินใจรับเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียจะอยู่ที่องค์กรของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย โดยลักษณะของการขยายสมาชิกมีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับสหภาพยุโรป แต่ความพิเศษคือการรับสมาชิกในกลุ่มอดีตสหภาพโซเวียต นับว่าเป็นยุทธศาสตร์หลักของรัสเซียที่ทำให้การขยายของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียมีความซับซ้อนในเชิงลักษณะมากกว่า ที่ยังคงยึดในเรื่องภูมิเศรษฐศาสตร์ คือ อิทธิพลของรัสเซียที่มีมาตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียต ก็จะยังคงอยู่ในประเทศสมาชิกในทุกๆ ด้าน ทำให้ประเทศในกลุ่มเครือรัฐเอกราชส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพิงประเทศรัสเซียในทั้งด้านเศรษฐกิจและการค้า การเกิดขึ้นขององค์การความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยเฉพาะบริเวณใจกลางยูเรเชียเป็นเครื่องมือที่พยายามคงอิทธิพลและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของรัสเซียเอาไว้ และภูมิรัฐศาสตร์ที่เน้นมรดกวัฒนธรรมทางการเมืองของกลุ่มประเทศที่เคยอยู่ในสหภาพโซเวียตมาก่อนและส่งผลต่อพฤติกรรมทางเศรษฐกิจและการทำธุรกิจที่แตกต่างไปจากชาติตะวันตก ซึ่งส่งผลต่อประเทศไทยที่ยังคงไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซียในอนาคตอันใกล้นี้ได้

 

ข้อจำกัดในการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซียของประเทศไทย

สำหรับการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียของประเทศไทยยังถือว่ามีข้อจำกัด หากสังเกตจากสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียจะพบว่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่มีประเทศใดเข้าเป็นสมาชิกของยูเรเซียได้ และจากหลักการการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย ที่มีข้อกำหนดจากคณะกรรมมาธิการของสหภาพที่ทำให้เกิดข้อจำกัดสำหรับกลุ่มประเทศนอกภูมิภาคที่ต้องการสมัครเข้าเป็นภาคีสมาชิก ในเบื้องต้นโอกาสของการเข้าเป็นสมาชิกของประเทศไทยจึงยังคงทำได้ยากและยังไม่เป็นประโยชน์มากนัก ด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้

  • ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ ที่ตั้งของประเทศไทยและกลุ่มประเทศสมาชิกในสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียตั้งห่างไกลกันส่งผลต่อการขนส่งสินค้า แม้ว่าไทยจะมีโครงการเชื่อมโครงข่าย ตั้งแต่ EEC รถไฟความเร็วสูงจากไทยไปจีนและอาศัยโครงข่ายของจีนไปยังสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย แต่ต้องใช้เวลาในการพัฒนา นอกจากนี้หากเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ ประเทศไทยยังขาดการพัฒนาในเรื่องของโลจิสติกส์ในการขนส่งสินค้า และโกดังเพื่อการจัดเก็บเพื่อกระจายสินค้า
  • ปัจจัยการรับเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพ การเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียเป็นไปตามความสัมพันธ์เชิงภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ที่ยังคงเน้นความใกล้ชิดทางชาติพันธุ์ และกลุ่มความสัมพันธ์เดิมในอดีตสหภาพโซเวียตมากกว่าการขยายรับสมาชิกภายนอก ถึงแม้ว่าตามหลักเกณฑ์จะสามารถทำได้ก็ตาม
  • ปัจจัยทางด้านประชากรศาสตร์ เป็นประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงกับประชากรและชาติพันธุ์ในดินแดนต่างๆ ของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียที่มีความคล้ายคลึงกัน อาทิ เบลารุสและรัสเซียที่เป็นชาติพันธุ์สลาฟและมีความรู้ความเข้าใจภาษารัสเซีย หรือแม้แต่ในกลุ่มเอเชียกลางที่ถูกกลืนกลายให้เป็นโซเวียตไปในช่วงสหภาพโซเวียตทำให้มีความเข้าใจในภาษารัสเซียอย่างแตกฉาน ภาษารัสเซียถือเป็นภาษาราชการของสหภาพและมีความสำคัญ แต่อาจจะกลายเป็นอุปสรรคให้แก่ผู้ที่ไม่รู้ภาษารัสเซีย นับเป็นอุปสรรคสำหรับไทยประการหนึ่ง
  • ปัจจัยทางด้านนโยบายต่างประเทศ นโยบายต่างประเทศของไทยที่มีต่อการสร้างความร่วมมือข้ามภูมิภาค หากดูจากการกำหนดนโยบายต่างประเทศในช่วงระยะหลัง ที่เน้นความร่วมมือในกรอบอาเซียนเป็นหลัก การแสวงหาตลาดใหม่นอกเหนือจากคู่ค้าเดิมของไทย เพียงต้องการหาตลาดส่งออกใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นกับคู่ค้าเดิม ไม่ได้เน้นการบูรณาการเชิงลึกกับองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ อย่างที่ไทยดำเนินกับอาเซียน สังเกตได้จากการเจรจาเพื่อการจัดทำความตกลงการค้าเสรีในระดับทวิภาคี
  •  ปัจจัยทางด้านกฎระเบียบเรื่องตราสินค้าของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย “EAC” เงื่อนไขการใช้ตราสินค้าที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่สหภาพกำหนด สำหรับประเทศไทยยังถือเป็นสิ่งที่ยาก อันเนื่องจากประสบการณ์ของประเทศไทยในการใช้ตราสัญลักษณ์รับรองสินค้าในกลุ่มสมาชิกของอาเซียนก็ยังไม่ได้มีการใช้ ความเสียเปรียบที่เกิดจากกฎหรือมาตรฐานที่ซับซ้อนขึ้นทำให้ประเทศไทยอาจจะยังไม่ได้รับประโยชน์

 

แนวโน้มและโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับสหภาพเศรษฐกิจ           ยูเรเชีย

การเข้าเป็นสมาชิกของไทยยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้ เพราะไทยยังประสบกับอุปสรรคของไทย อีกทั้งกฎระเบียบของสหภาพที่ไทยต้องทำการศึกษาต่อไป ดังนั้นไทยควรจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรีกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย เพื่อเป็นการเริ่มต้นการพัฒนาความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจกับประเทศสมาชิกในภูมิภาคยูเรเชียในระยะต้นก่อน

โดยประเทศไทยสามารถใช้ประเทศรัสเซียในฐานะพันธมิตรต่อรองผลประโยชน์ได้ระดับหนึ่ง ซึ่งประเทศรัสเซียมีแนวโน้มในการตอบสนองต่อพันธมิตรอย่างประเทศไทย อันเนื่องมาจากภาวะทางเศรษฐกิจที่ได้รับการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก ถือเป็นช่องทางที่สำคัญที่รัฐบาลไทยจำเป็นจะต้องใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ซึ่งในการตกลงเขตการค้าเสรีกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียผ่านความร่วมมือของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียและอาเซียน เป็นไปตามขอบเขตความร่วมมือทางภูมิภาค นับว่าเป็นสิ่งที่จะช่วยในเรื่องของการปกป้องด้านการลงทุน และการเคลื่อนย้ายเทคโนโลยี เพราะมีการทำความร่วมมือ และลดอุปสรรคทางการค้าได้ ซึ่งรัสเซียเคยทำหน้าที่เป็นตัวประสาน เมื่อ ค.ศ. 2015


 

ข้อเสนอแนะแนวทางเพิ่มเติมในการสร้างความร่วมมือของไทยกับสหภาพเศรษฐกิจ ยูเรเชีย ดังนี้
1. ใช้การเป็นประเทศที่มีการผลิตสินค้าที่มีศักยภาพและคุณภาพ และมีความได้เปรียบในความสัมพันธ์อันดีกับรัสเซีย ตรงจุดนี้ไทยต้องเน้นการสร้างตราสินค้า (Brand) ของไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และพยายามศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานการค้าตามกฎของสหภาพ  2. แม้ว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกอาเซียน แต่มีคู่แข่งที่เป็นสมาชิกภายในอย่างเวียดนาม ไทยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ความสัมพันธ์อันดีกับประเทศรัสเซียที่มีมาอย่างยาวนาน สร้างความร่วมมือแบบที่เวียดนามมีในปัจจุบัน  3. ประเทศไทยมีภูมิศาสตร์ที่ตั้งที่ดีอยู่ในศูนย์กลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศจีน โดยมีโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่เชื่อมโยงโครงเส้นทางสายไหมใหม่ (BRI) นอกจากนี้ในอนาคตเมื่อรถไฟความเร็วสูงจากไทยไปจีนสำเร็จ ไทยสามารถเข้าสู่ประเทศสมาชิกของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียจากไทยผ่านไปยัง คาซัคสถาน รัสเซีย และเบลารุส นับว่าสามารถลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้ และ 4. ภูมิศาสตร์ที่เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของไทยที่เป็นดินแดนที่มีทางออกทางทะเล สามารถใช้ประโยชน์ในความชำนาญการด้านการผลิตสินค้าในกลุ่มที่สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียไม่มี คือ สินค้าทางทะเล เป็นต้น ในระยะเริ่มแรกนี้เพื่อเป็นการเริ่มต้นการพัฒนาความสัมพันธ์ของไทยตามข้องเสนอแนะ ด้านเศรษฐกิจกับประเทศสมาชิกในภูมิภาคยูเรเชียผ่านทางรัสเซียเป็นหลัก เพื่อเป้าหมายในอนาคตในการเข้าร่วมสหภาพต่อไป

————————————————————–

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “แนวโน้มและโอกาสของประเทศไทยจากการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย”

หัวหน้าโครงการ: จิราพร ตรีวิเศษศร และ กติมา พวงชิงงาม
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง กิตติชัย กงไกรสร
กราฟิก ณปภัช เสโนฤทธิ์
ตรวจภาษาและความถูกต้อง ญาณิตา เหลืองคงอยู่
00:00
00:00
Empty Playlist