messageImage_1626991396936

แอพพลิเคชั่นเก็บต้นไม้

เรื่องของสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นที่ใหญ่และได้รับความสนใจในระดับสากล โดยเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเราอย่างมากไม่ว่าจะเป็น น้ำ อากาศ และทรัพยากรต่าง ๆ ที่เราต้องใช้พึ่งพิงอยู่ในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งคุณภาพสิ่งแวดล้อมนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตของเราทุกคน เนื่องจากสิ่งแวดล้อมถือได้ว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ ถ้าเรามีทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่ดีก็จะส่งผลให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไปด้วย แต่ในปัจจุบันประเทศไทยของเรากำลังเผชิญอยู่กับความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมรวมถึงปัญหามลพิษที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเราทุกคน ดังนั้นจะเป็นอย่างไรหากเรามีเครื่องมือมาช่วยจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่สิ่งแวดล้อมสีเขียว ผ่านงานวิจัยของคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ดร.ศิริวัฒน์ สาระเขตต์ ที่ได้ทำการศึกษาจากพื้นที่ตัวอย่างในเมืองนครราชสีมา

พื้นที่สีเขียวในนครราชสีมา

พื้นที่ที่ใช้ในการศึกษานี้เป็นพื้นที่คูเมืองเก่าโคราช ซึ่งอยู่กลางเมืองนครราชสีมา เป็นเขตเมืองที่สร้างมานานกว่า 300 ปี ตั้งแต่สมัยพระนารายมหาราช มีขนาดพื้นที่ 1,134 ไร่ โดยคูเมืองตรงนี้ยังมีสภาพแวดล้อมที่ดีในระดับหนึ่งเนื่องจากยังสามารถรักษาคูเมืองไว้ได้อยู่ แม้กำแพงบางส่วนจะถูกรื้อถอนไปแล้วบ้าง ทำให้เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจแก่การศึกษาวิจัย รวมถึงในอนาคตจังหวัดนครราชสีมาจะถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของภาคอีสาน ซึ่งอาจส่งผลให้ตัวเมืองอาจมีการขยายตัวมากขึ้น การก่อสร้างและจำนวนบ้านเรือนก็อาจจะเพิ่มสูงขึ้น

โดยสภาพทางกายภาพของจังหวัดนครราชสีมานั้นเป็นเมืองที่ไม่มีแม่น้ำขนาดใหญ่ทำให้เป็นเมืองที่มีความแห้งและความร้อน รวมถึงเกิดปัญหาปรากฎการณ์การเกาะความร้อนในเมือง เนื่องจากมีคอนกรีตในเมืองเยอะ ทั้งตึกรามบ้ามช่อง ลานคอนกรีตพลาซ่าต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ปูคอนกรีตทั้งสิ้น ซึ่งทั้งบริษัท ห้างร้าน สถานที่ราชการ นั้นจะทำคอนกรีดขึ้นเยอะเพื่อเป็นที่จอดรถ ดังนั้นเมื่อเกิดความร้อนในเมืองช่วงเที่ยง ๆ ก็จะทำให้เกิดการสะสมความร้อนส่งผลให้ผู้คนไม่ค่อยออกมาเดินในเมืองกันแต่กลับใช้รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์กันมากกว่า นอกจากนี้ปริมาณต้นไม้ก็มีจำนวนลดลงไปเรื่อย ๆ จากการปลูกบ้านเรือนที่มากขึ้น ซึ่งนครราชสีมาถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ แม้จะมีรีสอร์ทและสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายที่ แต่ความเป็นเมืองก็เยอะเช่นกันเนื่องจากความเจริญที่เกิดขึ้น

จากปัญหา “ต้นไม้และพื้นที่สีเขียว” ที่พบในเมืองนครราชสีมา ทั้งต้นไม้ในเมืองที่ถูกตัดมากขึ้นรวมถึงคนดูแลที่มีความรู้เฉพาะไม่มากพอ ทำให้งานวิจัยชิ้นนี้ต้องการที่จะสร้างเครื่องมือในการดูแลต้นไม้เหล่านี้ขึ้น โดยการสร้างฐานข้อมูล (Data base) ของต้นไม้และพื้นที่สีเขียวในเมือง จากการเชื่อมคนกับสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันโดยใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะสร้างเป็นแอพพลิเคชั่นในการเก็บข้อมูลในตัวเมือง โดยให้ประชาชนทั่วไปได้เก็บข้อมูลต้นไม้ได้ด้วยตัวเอง ที่นอกจากจะทำให้เรารู้จำนวนต้นไม้และพันธุ์ของต้นไม้แล้ว ยังช่วยให้สังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมและสามารถทำให้พวกเขาเริ่มเข้ามาตระหนักคุณค่าของต้นไม้มากขึ้น

ร่วมกันออกไอเดีย

ก่อนที่จะได้แอพพลิเคชั่นดังกล่าวมานั้นได้มีการจัด ‘กระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน’ โดยได้มีการเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่าง ๆ เช่น รุกขกรของกรมป่าไม้ในโคราช เครือข่ายคนดูแลต้นไม้ในโคราช รวมถึงเจ้าหน้าที่เทศบาลที่ดูแลต้นไม้ ร่วมกันจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิด 2 รอบ โดยรอบแรกได้เชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้ง นักธุรกิจ เจ้าหน้าที่รัฐ และนักศึกษา เกือบ 100 คน มาร่วมถกเถียงพูดคุยกันในเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยโยนปัญหาสิ่งแวดล้อมในเมืองที่เค้าพบเจอมา มีสภาพปัญหาอย่างไร เค้ามีแนวทางอย่างไรในการพัฒนาให้ดีขึ้น เราจะมีวิธีแบบไหนที่จะปลูกต้นไม้แล้วไม่บังทัศนวิสัย จะรักษาต้นไม้อย่างไร ประโยชน์ของต้นไม้นั้นมีอะไรบ้างและต้นไม้ชนิดไหนถึงจะอยู่ได้กับตัวเมือง  ซึ่งจากกิจกรรมนี้ก็ทำให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นจริงจากผู้ที่อาศัยอยู่ เช่น บางท่านไม่ชอบให้มีการปลูกต้นไม้หน้าบ้านเนื่องจากเป็นการบังทัศนวิสัยหรือการสะท้อนไปทางเทศบาลว่าควรมีนักวิชาการที่จะดูแลรักษาต้นไม้ให้มากขึ้น

ต่อมาได้จัดกิจกรรมร่วมกับเด็กและเยาวชนรวมถึงครอบครัวประมาณ 40-50 คน โดยให้ช่วยกันสำรวจดูต้นไม้ในคูเมืองเก่าโคราชว่ามีต้นไม้อะไรบ้าง ซึ่งบางต้นอยู่มาเกือบ 100 ปี ทำให้เกิดความเชื่อมโยงต้นไม้กับเรื่องราวประวัติศาสตร์และตัวเค้าเอง เมื่อเค้าเกิดความเชื่อมโยงว่าต้นไม้มีความสัมพันธ์กับพวกเค้าก็จะทำให้พวกเขาเกิดควานสนใจที่จะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมในเมืองมากขึ้น ซึ่งเด็กและเยาวชนเหล่านี้ก็จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต

แอพพลิเคชั่นเก็บต้นไม้

งานวิจัยชิ้นนี้ต้องการที่จะสร้างเครื่องมือซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่จะเชื่อมต้นไม้กับคนเข้าด้วยกัน โดยเป็นแอพพลิเคชั่นที่ประชาชนทั่วไปสามารถเก็บข้อมูลต้นไม้ในเมืองที่เค้าเดินทางไปเจอไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลโดยการถ่ายรูปต้นไม้ การระบุสายพันธุ์ต้นไม้ รวมถึงพิกัดที่พบ ซึ่งหลังจากที่เก็บจนกลายเป็นฐานข้อมูล (Data base) ต้นไม้ทั้งหมดในเมือง ต่อไปก็สามารถทำให้วิเคราะห์เพื่อเป็นตัวกำหนดนโยบายภาครัฐต่อไป เช่นในปัจจุบันเรามีทั้งหมดกี่ต้น แล้วอนาคตถ้าเราอยากเพิ่มอีก 2 เท่าเราจะใช้วิธีการไหนที่จะเพิ่ม ต้องเพิ่มเท่าไหร่สายพันธุ์อะไรที่เหมาะสม เพิ่มตรงพื้นที่ไหน จนนำไปสู่กระบวนการวางแผนต่อไปได้ รวมถึงอาจจะสามารถต่อยอดไปได้อีก อย่างเช่น เราอาจจะรู้ปริมาณต้นไม้ต่อคนต่อพื้นที่ที่สามารถสร้างมาตรฐานบางอย่างได้ อย่างตรงคูเมืองภายในที่มีพื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ พบว่ามีต้นไม้อยู่ 590 ต้น และมีอยู่แค่ 19 สายพันธ์ ซึ่งทำให้เราสามารถผลักดันทางด้านนโยบายและนำสู่การวางแผนต่อไปได้

อย่างไรก็ตามอาจมีข้อท้าทายในเรื่องความถูกต้องของข้อมูลในการถ่ายภาพและอัพเดตข้อมูลใส่พิกัดและบอกพันธุ์ รวมถึงการให้บุคคลทั่วไปสามารถใส่และแก้ไขข้อมูลได้เองนั้นอาจจะมีความผิดพลาดได้ ซึ่งในขั้นต้นนี้หลังจากที่มีการอัพโหลดเกิดขึ้นก็จะมีการตรวจสอบซ้ำโดยทีมวิจัย โดยในอนาคตอาจมีการพัฒนาให้สามารถถ่ายรูปใบหรือต้นไม้และสามารถประมวลผลผ่านระบบอัตโนมัติ (Image processing) ได้เลย เพื่อความแม่นยำและประหยัดเวลา

โดยหลังจากจบโครงกาวิจัยก็ได้มีการสร้างเครือข่ายเพื่อเข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้ได้มีการสร้างกลุ่ม ‘โคราช green space’ เป็นกลุ่มที่ดูแลพื้นที่สีเขียวในเมือง โดยในอนาคตเมื่อข้อมูลเสร็จสมบูรณ์ก็คาดหวังว่ากลุ่มนี้จะเป็นผู้ที่ช่วยดูแลและผสานงานกับทางเทศบาลเมืองรวมถึงองค์กรอื่น ๆ ต่อไป

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการ “การจัดการพื้นที่สิ่งแวดล้อมสีเขียวด้วยกระบวนการ Urban Forestry”

หัวหน้าโครงการ : ศิริวัฒน์ สาระเขตต์
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียงและกราฟฟิก ณภัชนิศา วัฒนาเขมาภิรัต
ตรวจภาษาและความถูกต้อง สุดารัตน์ จิตเพียรธรรม
00:00
00:00
Empty Playlist