aging-society-and-income-inequality 4

ผลกระทบจากการก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุต่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้

ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว และกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ อันเนื่องมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข ทำให้อัตราการเกิดและอัตราการตายของประชากรลดลง ส่งผลให้จำนวนและสัดส่วนประชากรสูงอายุของไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุนี้ย่อมส่งผลต่อการพัฒนาประเทศและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจทำให้ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในประเทศไทยทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ในงานวิจัยการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรกับความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในประเทศไทย ได้มีการศึกษาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร กับความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในไทย โดยทำการวิเคราะห์ลักษณะทางประชากรและสังคม สถานะทางเศรษฐกิจของประชากรแต่ละกลุ่มอายุ และวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชากร โดยใช้สัดส่วนรายได้ของประชากรในแต่ละกลุ่มอายุ ประกอบกับการใช้ดัชนีวัดการกระจายรายได้โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ (Gini coefficient) อีกทั้งยังมีการแยกส่วนการวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ตามกลุ่มอายุประชากรร่วมด้วย

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร

ในประเด็นแรก การเปรียบเทียบแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงทางลักษณะประชากร สังคม และเศรษฐกิจ ภายในกลุ่มและระหว่างประชากรในแต่ละกลุ่มอายุ โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน 5 ชุดข้อมูล คือปี พ.ศ.2533 2537 2543 2547 และ 2552 เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงในระยะเวลา 20 ปี ซึ่งหากจำแนกประชากรเป็น 3 กลุ่มได้แก่ วัยเด็ก วัยแรงงาน และวัยสูงอายุ พบว่าระหว่างปี พ.ศ.2533 และ พ.ศ.2552 สัดส่วนประชากรในแต่ละกลุ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยประชากรเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี มีสัดส่วนลดลงและมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อย ๆ ในขณะที่ประชากรสูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นโดยคิดเป็นสัดส่วนสูงกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว

ประเด็นที่สอง การศึกษาเปรียบเทียบลักษณะทางประชากรและสังคม ตลอดจนสถานะทางเศรษฐกิจของประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปและไม่ได้ทำการศึกษาอยู่ โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2529 – 2552 โดยแบ่งประชากรเป็น 4 กลุ่ม 1) วัยแรงงานตอนต้น อายุ 15-29 ปี 2) วัยแรงงานตอนกลาง อายุ 30-44 ปี 3) วัยแรงงานตอนปลาย อายุ 45-59 ปี 4) ประชากรสูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยพิจารณาจากภูมิภาค เขตที่อยู่อาศัย ระดับการศึกษา ภาคการผลิต ลักษณะของงานที่ทำ สถานะทางเศรษฐกิจสังคมของครัวเรือน ระดับรายได้เฉลี่ยต่อเดือน และแหล่งที่มาของรายได้ โดยผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าประชากรในแต่ละกลุ่มอายุมีลักษณะเฉพาะทางประชากร สังคม และเศรษฐกิจแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชากรสูงอายุ ซึ่งพบว่าเป็นกลุ่มที่มีระดับการศึกษาต่ำที่สุด คือ มากกว่า 4 ใน 5 ไม่ได้รับการศึกษาหรือจบการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษา มากกว่าครึ่งไม่ได้ทำงานหรือประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจใด ๆ ส่วนใหญ่จึงไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ต่ำกว่า 500 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบรายได้เฉลี่ยของประชากรในแต่ละกลุ่มอายุ พบว่าประชากรสูงอายุเป็นกลุ่มที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำที่สุด โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากเงินช่วยเหลือ

ประเด็นที่สาม การวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชากรในแต่ละกลุ่มอายุทั้งที่วัดจากสัดส่วนรายได้ และสัมประสิทธิ์จีนี่ ซึ่งคำนวณรายได้ของประชากรแต่ละคน โดยสัมประสิทธิ์จีนี่จะมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 และยิ่งสัมประสิทธิ์จีนี่มีค่าสูงเท่าใด แสดงว่าความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชากรยิ่งสูงเท่านั้น โดยผลการวิจัยต่างชี้ให้เห็นว่าประชากรสูงอายุมีความแตกต่างทางรายได้ภายในกลุ่มสูงที่สุด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นคือประชากรสูงอายุบางคนมีรายได้สูงมาก ในขณะที่บางคนมีไม่มีรายได้หรือรายได้น้อยมาก ซึ่งจากความแตกต่างทางรายได้ภายในกลุ่มผู้สูงอายุด้วยกันแสดงให้เห็นว่า มีผู้สูงอายุบางส่วนที่ความสามารถในการทำงานหารายได้ลดลง และส่วนใหญ่ไม่ได้มีการสะสมทรัพย์สินใด ๆ ไว้ จึงต้องพึ่งพาสมาชิกครอบครัวในวัยแรงงาน ในขณะที่มีประชากรสูงอายุอีกส่วนหนึ่งที่ยังคงมีความสามารถในการทำงานหารายได้ หรือได้เก็บสะสมทรัพย์สินไว้ ทำให้มีรายได้ไว้ใช้จ่ายในยามชราภาพ ดังนั้นหากประชากรสูงอายุส่วนใหญ่ไม่สามารถทำงานเพื่อหารายได้เลี้ยงดูตนเองได้ หรือยังคงต้องพึ่งพิงประชากรวัยแรงงานมากขึ้น ย่อมทำให้ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของกลุ่มประชากรสูงอายุสูงขึ้น อันจะส่งผลต่อเนื่องไปยังความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชากรในภาพรวมของประเทศ และอาจก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมอื่น ๆ ตามมาอีกเป็นจำนวนมากได้

ประเด็นที่สี่ การแยกส่วนวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ตามกลุ่มอายุประชากร พบว่าความเหลื่อมล้ำส่วนใหญ่สามารถอธิบายได้จากความเหลื่อมล้ำทางรายได้ภายในประชากรกลุ่มอายุเดียวกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดจากมิติทางประชากร สังคม และเศรษฐกิจ ที่ส่งผลทำให้รายได้ของประชากรแต่ละคนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันมีความแตกต่างกันค่อนข้างสูง สำหรับความเหลื่อมล้ำทางรายได้ระหว่างกลุ่มประชากร พบว่ามีไม่มากนัก แต่เมื่อพิจารณาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ระหว่างกลุ่มประชากรสูงอายุกับประชากรกลุ่มอายุอื่น ๆ แล้ว กลับพบว่ามีค่าเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากรายได้เฉลี่ยของกลุ่มประชากรสูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้เฉลี่ยของประชากรกลุ่มอายุอื่น ๆ ส่งผลให้ความแตกต่างทางรายได้เพิ่มสูงขึ้น โดยสรุปจากการศึกษาพบว่าการศึกษาที่สูงขึ้น นโยบายประกันสังคม และนโยบายสวัสดิการของเอกชน จะช่วยทำให้ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชากรสูงอายุมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น ในขณะที่ความไม่สมดุลในระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาค และสถานะทางเศรษฐสังคมไม่เอื้ออำนวย จะส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชากรสูงอายุอย่างมีนัยสำคัญ

นโยบายในการลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในกลุ่มผู้สูงอายุ

โดยสรุปผลการศึกษางานชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร หากสามารถลดช่องว่าง หรือความแตกต่างทางรายได้ระหว่างกลุ่มประชากรสูงอายุกับกลุ่มประชากรในช่วงอายุอื่น รวมทั้งลดความแตกต่างทางรายได้ภายในกลุ่มประชากรผู้สูงอายุด้วยกันได้แล้ว ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประเทศน่าจะบรรเทาลงได้ไม่มากก็น้อย ดังนั้นจึงมีนัยทางนโยบายที่ต้องการนำเสนอ ดังต่อไปนี้ นโยบายและมาตรการที่ควรนำมาใช้ ได้แก่ การเพิ่มหลักประกันทางรายได้ให้กับประชากรเมื่อก้าวเข้าสู่วัยชราภาพ ซึ่งอาจดำเนินการผ่านกองทุนประกันสังคม และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมถึงการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชากรสูงอายุ โดยการส่งเสริมการทำงานหลังเกษียณ การอบรมความรู้ เพิ่มพูนทักษะ การฝึกอาชีพ ที่มีความเหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้สูงอายุ นอกจากนั้นควรให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ต่ำ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง และสร้างความตระหนักให้กับประชากรวัยแรงงานเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุล่วงหน้าอย่างเหมาะสม เพื่อลดภาระของภาครัฐและสังคมในการช่วยเหลือผู้สูงอายุเหล่านี้ต่อไปในอนาคต

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรกับความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในประเทศไทย”

หัวหน้าโครงการ : สวรัย บุณยมานนท์
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

00:00
00:00
Empty Playlist