RC20358_00

เยาวชนในพื้นที่กับการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

หากเยาวชนเห็นคุณค่าของรากวัฒนธรรมชุมชน จะช่วยสร้างสรรค์ผลงานเพื่อนำไปใช้เพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวไทยได้และเยาวชนสามารถเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจลักษณะดังกล่าว เนื่องจากมีองค์ประกอบที่สามารถสร้างนวัตกรรมในสาขาที่เกี่ยวข้องได้อย่างหลากหลาย การวางแผนเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยให้ยั่งยืนโดยมีเยาวชนเป็นศูนย์กลางแห่งการคิดสร้างสรรค์ จึงควรอยู่บนฐานของการพัฒนาศักยภาพการทำงานร่วมกัน และเข้าใจต่อวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริงและนำความเข้าใจดังกล่าวมาสร้างสรรค์เพื่อใช้ในการเพิ่มคุณค่าให้กับการท่องเที่ยวที่มาจากวิถีไทย

โครงการวิจัยเรื่องนวัตกรรมและแนวคิดสร้างสรรค์จากเยาวชนเพื่อประสบการณ์การท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยคุณค่าจึงเกิดขึ้นเพื่อศึกษาแนวทางหรือรูปแบบในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวผ่านการขับเคลื่อนโดยกลุ่มเยาวชนในพื้นที่โดยการสร้างยุวนักวิจัยต่อยอดจากโครงการแผนการขับเคลื่อนการท่องเที่ยววิถีไทยและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าเพื่อนำมาสู่การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของชุมชน


 

 บทบาทของกลุ่มคนภายนอกกับการพัฒนาศักยภาพของชุมชน

การพัฒนาด้านต่างๆ ชุมชนจำเป็นต้องมีคนกลุ่มคนหรือหน่วยงานภายนอกเข้าเพื่อสนับสนุนเนื่องจากชุมชนมีข้อจำกัดด้านหลายประการ โดยเฉพาะศักยภาพของคน  แต่การทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มคนภายนอกและชุมชน ควรมีผู้ทำหน้าที่เป็นตัวประสานงาน (Convener) ในการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน เพื่อการลดช่องว่างในการสื่อสาร (Communication Gap) ทั้งยังสามารถสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชนกับคนภายนอก เพื่อประโยชน์ร่วมกันตามแนวคิด Co-creation ซึ่งเป็นความร่วมมือที่แตกต่างจากการทำงานเพื่อชุมชนในอดีต ที่คนภายนอกเข้ามาแนะนำให้ชุมชนดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียว และปล่อยให้ชุมชนทำงานต่อเมื่องานแล้วเสร็จ ซึ่งหลายชุมชนไม่สามารถดำเนินการต่อเองได้

คณะนักวิจัยได้ทดลองเป็น Positive Deviance แบบ Convener เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มต่างๆ ได้แก่ สมาชิก ชุมชน และปราชญ์ท้องถิ่น กลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่ และกลุ่มนักออกแบบชีพ ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ และนำกระบวนการ การออกแบบบนฐานของชุมชน (Community based Design) มาใช้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งได้ข้อสรุปว่าผู้ประสานงาน (Convener) นั้นสามารถเป็นบุคคล กลุ่มคน หรือหน่วยงานใดๆ ก็ได้ แต่ต้องเข้าใจบริบทของชุมชน และสามารถประสานความร่วมมือของกลุ่มต่างๆ ในชุมชนได้


 

 รูปแบบการมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกันของเครือข่ายต่างๆ

รูปแบบการมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกันของเครือข่ายต่างๆ ที่เหมาะสมคือ การสร้างคุณค่าร่วมกัน (Creating Shared Values) กล่าวคือ เป็นการสร้างสรรค์คุณค่าเพิ่มร่วมกันของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีความเป้าหมายในเรื่องเดียวกัน แต่ไม่จำเป็นต้องทำในสิ่งเดียวกันหรือทำงานร่วมกันทุกกระบวนการของการพัฒนา ในการศึกษานี้ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก ได้แก่ นักออกแบบรุ่นใหม่ นักออกแบบอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญและนักวิจัย ได้ร่วมในกระบวนการสืบค้นกับชุมชนที่ประกอบด้วย ปราชญ์ชาวบ้าน สมาชิกของชุมชน ผู้นำชุมชน ผ่านการพูดคุย สอบถามข้อมูลและเรื่องราวต่างๆ  แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน และเติมเต็มประสบการณ์ที่คนท้องถิ่นหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักในพื้นที่อาจจะยังมีอยู่อย่างจำกัด

นอกจากนี้  “คนในพื้นที่” ควรได้รับการพัฒนาให้มีทักษะที่สัมพันธ์กับแนวทางการดำเนินกิจกรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ แนวทางการเพิ่มทักษะดังกล่าวจำเป็นต้องมีบุคคลผู้เร่งปฏิกิริยา (Catalyst) เพื่อกระตุ้นให้ชุมชนสามารถค้นพบและเพิ่มบทบาทของตนเองได้ ซึ่งบุคคลผู้เร่งปฏิกิริยาดังกล่าว อาจเป็นคนในพื้นที่ (Insider) ได้แก่ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในพื้นที่ หรือคนจากภายนอก (Outsider) อาจเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ทั้งที่เป็นนักออกแบบรุ่นใหม่ และนักออกแบบมืออาชีพ ตัวอย่างเช่น Artisan chef นักออกแบบอาหาร นักออกแบบแฟชั่น นักออกแบบผลิตภัณฑ์ นักออกแบบการสื่อสาร เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดทักษะและนำไปสู่การร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิภาพในชุมชน

อย่างไรก็ตามการมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการอาจทำให้เกิดช่องว่างในทางปฏิบัติเนื่องจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่และกลุ่มบุคคลภายนอกพื้นที่มีความพร้อมไม่เท่ากัน ทั้งด้านศักยภาพของคน ด้านการบริหารจัดการ ด้านการเงิน ด้านเทคโนโลยี หากทั้งสองฝ่ายทำงานตามแนวทางของตนตามศักยภาพ ก็จะช่วยให้มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จได้เร็วกว่าการทำงานร่วมกันในทุกกระบวนการ


 

ข้อเสนอแนะ

การนำคุณค่าจากฐานทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่มาสร้างสรรค์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ไม่ควรจำกัดบทบาทเพียงคนในชุมชน ควรเปิดรับกลุ่มบุคคลภายนอกพื้นที่ (Outsider) (กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ เชฟศิลปินและนักออกแบบงานศิลป์สาขาต่างๆ ปราชญ์หรือ ศิลปินท้องถิ่น กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หน่วยงานภายรัฐในพื้นที่) เพื่อร่วมสร้างคุณค่าร่วมกัน (Creating Shared Values) ในการสร้างสรรค์และเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องโดยประสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เนื่องจากในที่สุดแล้วผลงาน ดังกล่าวยังสามารถสื่อถึงความเป็นชุมชนและสะท้อนถึงคุณค่าและความหมายของสถานที่ (Sense of Place) โดย กลุ่มคนภายนอกเหล่านี้สามารถเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชนได้ด้วยจากการเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบบนฐานของชุมชน (Community base Design) ซึ่งจะช่วยกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration) ในการสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นในชุมชน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกควรมีทักษะการวิจัย ซึ่งจะช่วยให้รูปแบบของผลิตภัณฑ์ สามารถสื่อความเป็นชุมชนได้อย่างครอบคลุม เนื่องจากนักออกแบบมีความเข้าใจบริบทของชุมชนในเชิงลึก เพราะคนรุ่นใหม่เหล่านี้มีความความรู้ด้านศิลปะและทักษะด้านการออกแบบ หากได้รับโอกาสในการเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างมูลค่าสินค้าไทย จะสามารถผลักดันให้เกิดการส่งออกทางด้านวัฒนธรรมไทยไปทั่วโลก ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมให้เกิดการฝังรากความเป็นไทยให้กับการท่องเที่ยวและใช้การท่องเที่ยวให้เป็นเครื่องมือที่ประสานภาคส่วนอื่นๆ เข้าด้วยกันโดยให้เยาวชนมาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์งานนวัตกรรม

ขณะเดียวกันชุมชนต้องพัฒนาคนในชุมชนให้บริหารจัดการชุมชนซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งจากภายในโดยปรับเปลี่ยนความเชื่อเดิม (Mindset) ที่ว่า “ชุมชนต้องเก็บรักษาวัฒนธรรมและภูมิ ปัญญาท้องถิ่นไว้ และนำเสนอเผยแพร่ในรูปแบบที่เป็นของแท้และดั้งเดิมตามแบบฉบับเท่านั้น” มาเป็น “ชุมชนสามารถปรับเปลี่ยนสิ่งเดิม แล้วสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ได้ ในขณะที่คุณค่าก็ยังอยู่” แต่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง (Change) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นมิได้หมายถึงการเปลี่ยนการออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือบรรจุภัณฑ์ใหม่เท่านั้น แต่ต้องสามารถเพิ่มมูลค่าจากต้นทางถึงปลายทางด้วย

การออกแบบบนฐานของชุมชน (Community-based Design)  ชุมชนไทยมีฐานทรัพยากรที่หลากหลาย มีรูปแบบวิถีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันตามลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น จึงมีเสน่ห์ของวิถีการดำเนินชีวิต ทั้งทางด้านศิลปะวัฒนธรรม การแต่งกาย อาหารการกิน และความเชื่อ ดังนั้น หากนำมาใช้อย่างคุ้มค่า สร้างสรรค์สิ่งของประเภทเดียวกันให้มีความแตกต่างตามแต่เอกลักษณ์เฉพาะแต่ละท้องถิ่นในรูปแบบของเรื่องราว (Stories) อรรถรส (Senses) และลีลา (Sophistication) อันเป็นพื้นฐานของการสร้างเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยคุณค่า (Value based Economy)  ก็จะสามารถสร้างดุลยภาพทาง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ให้แก่คนในชุมชนได้  รวมทั้งเกิดความรัก และความภาคภูมิใจในความเป็นท้องถิ่นของตน

————————————————————–

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “โครงการวิจัยเรื่อง นวัตกรรมและแนวคิดสร้างสรรค์จากเยาวชนเพื่อประสบการณ์การท่องเที่ยวสู่ เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยคุณค่า”

หัวหน้าโครงการ: พรรณี พิมาพันธุ์ศรี
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง คณพศ ภูวบริรักษ์
กราฟิก ณปภัช เสโนฤทธิ์
ตรวจภาษาและความถูกต้อง ญาณิตา เหลืองคงอยู่
00:00
00:00
Empty Playlist