a-comparative-study-of-police-administration-and-laws-in-the-asean-countries-for-public-safety

สำรวจการก่ออาชญากรรมในอาเซียน

เมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ในวันที่ 31 ตุลาคม ถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ซึ่งเราคนไทยในฐานะเจ้าบ้านจะเห็นได้ว่าตลอดทั้งก่อนการประชุมจนถึงเสร็จสิ้นการประชุมแล้วนั้น ได้มีการเตรียมการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากการรักษาความปลอดภัยในปัจจุบัน จำเป็นจะต้องมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น อันเป็นผลมาจากการพัฒนาของเทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่การก่อเหตุอาชญากรรม หรือก่อการร้ายที่สลับซับซ้อนมากขึ้นเช่นเดียวกัน

ในบทความนี้จะขอยกข้อมูลจากรายงานวิจัย “การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารจัดการงานตำรวจและกฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อการดูแลความปลอดภัยสาธารณะ” ที่ประกอบไปด้วยข้อมูลของปัจจัยต่าง ๆ ที่นำไปสู่การก่ออาชญากรรมในแต่ละประเทศของอาเซียน ทั้งสภาพสังคมและเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียน ไปจนถึงรูปแบบของอาชญากรรมที่พบในอาเซียน และการรับมือกับอาชญากรรมต่าง ๆ เหล่านั้น

โครงสร้างทางการเมือง สภาพทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียน

รูปแบบการก่ออาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนนั้น แน่นอนว่ามีความแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดยความแตกต่างนั้นมีรากฐานมาจากปัจจัยหลายด้านเช่น วัฒนธรรม สภาพเศรษฐกิจ ภูมิศาสตร์ และโครงสร้างทางการเมือง เช่นในประเทศที่มีขนาดพื้นที่เล็กอย่างสิงคโปร์ หรือบรูไน การดูแลรักษาความปลอดภัยสาธารณะของตำรวจย่อมทำได้ง่ายกว่าประเทศที่มีขนาดใหญ่กว่าอย่าง อินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์ ในด้านของโครงสร้างทางการเมืองของประเทศสมาชิกอาเซียนก็มีความแตกต่างกัน เช่นในประเทศอินโดนีเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ที่มีการปกครองแบบประชาธิปไตย กับประเทศที่มีการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ได้แก่ สปป. ลาว และเวียดนาม เหล่านี้ก็เป็นปัจจัยที่นำไปสู่รูปแบบของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศที่มีความแตกต่างกัน

เช่นเดียวกันกับในด้านของสภาพสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งมีความแตกต่างกันไป ทั้งในเรื่องของชาติพันธุ์ ศาสนาประจำชาติ จำนวนประชากร และวัฒนธรรมต่าง ๆ โดยจะขอสรุปข้อมูลพื้นฐานในด้านสังคมและเศรษฐกิจ จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2561 ในตารางข้างล่างดังต่อไปนี้

โดยเราสามารถใช้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจในการอธิบายการเกิดอาชญากรรมในประเทศได้เช่นกัน เช่น ในกรณีประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง แต่ไม่มีการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง จะส่งผลให้ประชากรเคลื่อนย้ายจากชนบทเข้ามาสู่เขตเมืองที่มีค่าครองชีพสูง เพราะการกระจุกตัวของความเจริญในเมืองใหญ่ แล้วการกระจุกตัวนี้เอง ที่อาจนำไปสู่การเกิดปัญหาสังคมได้ เพราะการกระจุกตัวจะทำให้เกิดปัญหาชุมชมแออัด เกิดปัญหาคนว่างงาน หรือความไร้ระเรียบของเมืองตามมา เหล่านี้เป็นต้นเหตุที่อาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรม เป็นต้น

รูปแบบอาชญากรรมที่พบในอาเซียน

อาชญากรรมที่พบในอาเซียน มีตั้งแต่อาชญากรรมในรูปแบบที่พบทั่วไปในแทบทุกประเทศ อย่างเหตุฉกชิงวิ่งราวทรัพย์ ล้วงกระเป๋า ที่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในเมืองใหญ่หรือแหล่งท่องเที่ยว หรือบางคดีที่เกิดขึ้นคล้าย ๆ กันในกลุ่มประเทศอาเซียน คือคดีจำพวกโจรกรรมรถยนต์ และคดีลักรถจักรยานยนต์ ที่เกิดขึ้นบ่อยในไทย เวียดนาม และมาเลเซีย ทั้งนี้จะมีลักษณะพิเศษของอาชญากรรมในบางประเทศ อันเป็นผลมาจากสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน อย่างในประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่าอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Cyber Crime) ซึ่งเป็นการกระทำผิดทางอาญาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นเครื่องมือในการกระทำผิด อาทิ การหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตด้วยกลโกงต่าง ๆ การฉ้อโกงในการซื้อขายสินค้าออนไลน์

อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ กำลังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยมีปัจจัยเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศคือ 1) ความเจริญก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2) ฐานะทางเศรษฐกิจของประชากรในแต่ละประเทศ 3) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) และ 4) ประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย โดยในปัจจัยความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้มีการจัดอันดับจากดิอีโคโนมิสต์ (The Economist) ในด้านความปลอดภัยของเมือง 60 เมืองทั่วโลก และแยกเป็นความปลอดภัยด้านความมั่นคง ปลอดภัยทางไซเบอร์ มี 7 เมือง ของประเทศในอาเซียนได้รับการจัดอันดับ ดังนี้

นอกจากนี้ อาชญากรรมอื่น ๆ ที่พบในอาเซียน ก็ยังมีอาชญากรรมในรูปแบบของอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีอาชญากรรมข้ามชาติที่สำคัญในอาเซียน ได้แก่ การก่อการร้าย การลักพาตัวและการค้ามนุษย์ การค้ายาเสพติด การประมงผิดกฎหมาย การค้าอาวุธเถื่อนขนาดเล็ก และโจรสลัด ทั้งนี้ ปัจจัยในด้านภูมิศาสตร์ก็ส่งผลต่อการเกิดอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาค ประเทศที่มีพรมแดนติดกัน เช่น เมียนมา ไทย สปป.ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ก็มีปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติคือการลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดน หรือประเทศที่มีสภาพทางภูมิศาสตร์เป็นเกาะ อาทิ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ประเทศเหล่านี้ต้องอาศัยพื้นที่ทางทะเลเป็นเส้นทางคมนาคม ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดอาชญากรรมในรูปแบบของโจรสลัด อย่างกรณีพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเวียดนามติดกับพรมแดนของกัมพูชา ซึ่งมีเกาะเล็ก ๆ อยู่ตามแนวชายฝั่งจำนวนมาก ด้วยลักษณะทางทะเลดังกล่าวนี้เองที่เป็นช่องโอกาสให้เกิดเหตุโจรสลัดยึดเรือสินค้าแล้วเรียกค่าไถ่

สำหรับการก่อการร้ายในภูมิภาคอาเซียน มีที่มาสำคัญจากแหล่งเดียวกัน ซึ่งก็คือกลุ่ม Jama ah Islamiyah หรือกลุ่ม JI รวมทั้งเครือข่าย โดยกลุ่มก่อการร้ายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสถาปนารัฐอิสลาม (DAULAH ISLAMIYAH NUSANTARA) โดยมีเป้าหมายการสถาปนาแห่งแรกที่อินโดนีเซีย แล้วตามด้วยมาเลเซีย ไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ผ่านความร่วมมือกับกลุ่มหัวรุนแรงอิสลามในแต่ละประเทศ ที่มาของกลุ่มก่อการร้าย JI เริ่มมาจากประวัติศาสตร์ของอินโดนีเซียที่ต่อต้านรัฐอินโดนีเซียในช่วงทศวรรษที่ 1950 ดังนั้น กลุ่ม JI นี้ จึงไม่จัดว่าเป็นแค่เพียงองค์การก่อการร้าย (Terrorist Organization) แต่ยังได้รับการพิจารณาว่าเป็นกลุ่มที่ต้องการยึดอำนาจรัฐชาวอิสลาม (Islamist Insurgency) อีกด้วย ส่วนกลุ่มก่อการร้ายที่เราอาจได้ยินชื่อกันบ่อยครั้งในช่วงระยะหลังอย่างกลุ่ม ISIS ในขณะนี้นักวิชาการมองว่ากลุ่ม ISIS ยังไม่มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติการในกลุ่มประเทศอาเซียน อย่างไรก็ตาม ประเทศในอาเซียนบางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งมีกลุ่มมุสลิมโมโรอยู่ในภาคใต้ของประเทศ ก็ได้รับผลกระทบจากกลุ่ม ISIS จากการที่คนในประเทศไปเข้าร่วมเป็นผู้ก่อการร้าย

การรับมือกับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในอาเซียน

จากรูปแบบของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในอาเซียน บ้างก็เป็นปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากสภาพเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งการจะแก้ปัญหาดังกล่าวก็สามารถทำได้ด้วยการแก้ปัญหาทางสภาพเศรษฐกิจและสังคมเหล่านั้น แต่ในส่วนของปัญหาทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกันในภูมิภาค การทำงานของตำรวจในแต่ละประเทศอาเซียนจึงมีการแบ่งโครงสร้างองค์กรของหน่วยงานตำรวจที่รับผิดชอบป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและการให้บริการประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ตามเขตพื้นที่ปกครองที่แตกต่างกันไปในละประเทศ อย่างประเทศที่มีขนาดพื้นที่เล็ก คือ สิงคโปร์ และบรูไน จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองระดับ คือ ระดับเขตพื้นที่ และตำบล บูรไน มีสี่เขตปกครอง และสิงคโปร์ มีห้าเขตปกครอง ประเทศที่มีขนาดพื้นที่ปานกลาง แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็นสามระดับ คือ ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล ได้แก่ กัมพูชา มียี่สิบสี่จังหวัด หนึ่งเขตราชธานี สปป.ลาว มีสิบเจ็ดแขวง หนึ่งเขตปกครองพิเศษ ไทยมีเจ็ดสิบหกจังหวัด และหนึ่งเขตปกครองพิเศษ ส่วนประเทศที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ จะแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็นสี่ระดับ คือ ระดับภาค ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล ประเทศที่มีการแบ่งพื้นเป็นภาคหรือรัฐ ได้แก่ อินโดนีเซีย มีสามสิบสองภาค เมียนมามีเจ็ดรัฐ เจ็ดเขตปกครอง ฟิลิปปินส์มีสามสิบเอ็ดเขตปกครอง มาเลเซียมีสิบสามรัฐ สามดินแดน และเวียดนามมีแปดภาค

ในการรับมือกับปัญหาอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ จำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ต้องมีการเตรียมความพร้อมในการงานนิติวิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ จึงควรมีการเพิ่มศักยภาพในงานนิติวิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ และขยายหน่วยงานรับผิดชอบกระจายไปในระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทางดิจิทัล เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายในคดีอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์นั้น เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตำรวจประเทศฟิลิปปินส์ได้มีการจัดตั้งกลุ่มต่อต้านอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (PNP Anti-Cybercrime Group : PNP – ACG) เป็นกลุ่มที่มีหน้าที่ในการจัดการคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ

สำหรับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติอื่น ๆ ต้องอาศัยความร่วมระหว่างประเทศ ซึ่งทุกประเทศในอาเซียนได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) และอาเซียนนาโพล (ASEANAPOL) และมีความร่วมมือทั้งในระดับนานาชาติ ระดับภูมิภาค และระดับทวิภาคี ในการแก้ปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระหว่างประเทศของตำรวจในอาเซียนยังมีจุดด้อยบางอย่าง อันเป็นผลมาจากธรรมชาติที่เข้ากันไม่ได้ของโครงสร้าง วัฒนธรรม เทคโนโลยี กระบวนการทางศาล นโยบาย และการเมืองอันหลากหลาย เกิดเป็นข้อจำกัดในการสร้างความร่วมมือที่เรียกว่าความต่างที่ไม่สมดุลกัน (Asymmetry) ของโครงสร้างองค์กรตำรวจแห่งชาติจำนวนมาก ที่มีทั้งการดำเนินงานแบบรวมศูนย์อำนาจและกระจายอำนาจ อีกทั้งยังมีปัญหาเกี่ยวกับการเชื่อมโยงเทคโนโลยีสารสนเทศ ในลักษณะที่ไม่สามารถใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกันได้ เป็นปัญหาความซับซ้อนในการจัดระบบการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วยงานตำรวจของประเทศต่าง ๆ

สรุปแล้วอาชญากรรมต่าง ๆ ที่พบในอาเซียน มีทั้งอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในทุกประเทศของภูมิภาค อย่างอาชญากรรมพบได้ทั่วไปในทุกพื้นที่ทั่วโลกอย่างการลักเล็ก ขโมยน้อย ไปจนถึงอาชญากรรมรูปแบบเฉพาะในบางประเทศอันเป็นผลมาจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ ภูมิศาสตร์ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซึ่งการรับมือกับอาชญากรรมเหล่านั้น ก็รับมือผ่านการปฏิบัติงานของตำรวจในแต่ละประเทศอาเซียนที่มีความแตกต่างกัน และสำหรับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ก็ต้องแก้ไขผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่ง ณ วันนี้ก็ยังคงมีอุปสรรคในการทำงานร่วมกันอยู่ โดยมีปัจจัยที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรตำรวจของแต่ละประเทศ ได้แก่ ประวัติศาสตร์ ระบอบการเมืองการปกครอง ภูมิศาสตร์ และประเด็นผลประโยชน์แห่งรัฐ เป็นต้น

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารจัดการงานตำรวจและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อการดูแลความปลอดภัยสาธารณะ”

หัวหน้าโครงการ : ปิยะ อุทาโย
สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียง & กราฟิก ธนภัทร ทองสอน
00:00
00:00
Empty Playlist