New bio-8-14

ป่าชายเลน (Mangrove forests)

ป่าชายเลนมีทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ชุมชนท้องถิ่นใช้ประโยชน์จากป่าชายเลนทั้งทางตรง เช่น การใช้เนื้อไม้ และทางอ้อม เช่น เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ป่าชายเลนจึงเปรียบเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำของชุมชนใกล้ทะเล และทำหน้าที่สำคัญเสมือนปราการช่วยบรรเทาความรุนแรงของคลื่นลมและการกัดเซาะชายฝั่งทะเล แต่ที่ผ่านมาการบริหารจัดการป่าชายเลนยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ส่งผลให้พื้นที่ป่าชายเลนลดลงทุกปี การบริหารจัดการในอนาคตจึงต้องได้รับการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งการช่วยป้องกันรักษาป่าชายเลน การปลูกป่า การพัฒนา การวางแผนอนุรักษ์อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และบรรจุเนื้อหาเรื่องทรัพยากรป่าชายเลนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษาด้วย

ป่าชายเลนของประเทศไทยพบขึ้นกระจายทั่วไปบริเวณชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 3,100 กิโลเมตรทั้งด้านอันดามันและด้านอ่าวไทย ป่าชายเลนที่มีสภาพสมบูรณ์ส่วนใหญ่พบในชายฝังทะเลอันดามัน จากข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบว่าพื้นที่ป่าชายเลนของประเทศไทยซึ่งได้ศึกษาสำรวจเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2504 ด้วยวิธีการสำรวจระยะไกล มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 2.29 ล้านไร่ หรือร้อยละ 0.72 ของพื้นที่ประเทศในระยะ 25 ปีต่อมา พบว่า พื้นที่ป่าชายเลนได้ลดลงอย่างรวดเร็ว จะเห็นได้จากจากการสำรวจเมื่อ พ.ศ. 2529 ปรากฏว่ามีพื้นที่ปาชายเลนเหลืออยู่ประมาณ 1.22 ล้านไร่ หรือลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง เนื่องจากพื้นที่ป่าชายเลนของประเทศได้ถูกทำลายเปลี่ยนสภาพเพื่อประโยชน์หลายอย่างโดยเฉพาะจากการทำนากุ้ง อย่างไรก็ตามจากการสำรวจครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ.2559 พบว่ามีป่าชายเลนเพิ่มขึ้นมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 1.53 ล้านไร่

ป่าชายเลนบริเวณอ่าวพังงา อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา

ป่าชายเลนบริเวณอ่าวไม้งาม หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา

ความอุดมสมบูรณ์ป่าชายเลนที่มีในประเทศไทย จะพบว่าทางภาคใต้ด้านฝั่งทะเลอันดามันประกอบด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด มีความหนาแน่นสูงและไม้มีขนาดโต โดยเฉพาะที่จังหวัดระนอง พังงา กระบี่ ตรังและสตูล ส่วนสภาพความสมบูรณ์ของป่าชายเลนบริเวณทางฝั่งด้านอ่าวไทย ส่วนใหญ่จะพบว่าความสมบูรณ์ของป่าชายเลนค่อนข้างต่ำ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้น้อยชนิด ความหนาแน่นและขนาดของไม้ค่อนข้างต่ำ ยกเว้นในบางจังหวัด เช่น ตราด นครศรีธรรมราช และปัตตานี ซึ่งจะมีความสมบูรณ์ค่อนข้างดีกว่าพื้นที่ป่าชายเลนจังหวัดอื่นในบริเวณฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย

“โกงกาง” ต้นไม้แห่งป่าชายเลน

พันธุ์ไม้ป่าชายเลนของประเทศไทยจากการศึกษาวิจัยพบว่ามีจำนวนประมาณ 74 ชนิด สามารถปรับตัวทั้งลักษณะโครงสร้างภายุนอกและลักษณะภายในเพื่อให้เข้ากับปัจจัยสภาวะแวดล้อม เช่น สภาพดิน ความเค็มของน้ำ การระบายน้ำ และการท่วมถึงของน้ำทะเลที่ต่างกันจึงเป็นสาเหตุทำให้พืชแต่ละชนิดในป่าชายเลนมีการแบ่งเขตการขึ้นอยู่กันอย่างค่อนข้างชัดเจน
ประเด็นการบริหารจัดการป่าชายเลนที่ผ่านมายังไม่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนเนื่องจากสาเหตุสำคัญมาจากปัญหาหลัก 3 ประการ คือ ประการที่หนึ่ง การลดลงและการใช้ประโยชน์พื้นที่รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนการลดลงของพื้นที่ป่าชายเลนจะปรากฏทุกปีอย่างต่อเนื่องและเป็นอุปสรรคสำคัญในการจัดการอนุรักษ์ใช้ประโยชน์ในกิจกรรมป่าไม้บนพื้นฐานแห่งความยั่งยืนการที่มีพื้นที่ลดลง ทำให้ยากต่อการกำหนดวางแผนที่เหมาะสมและปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพในการจัดการ
ประการที่สอง การใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าชายเลนขาดข้อมูลพื้นฐานของความยั่งยืน จากอดีตที่ผ่านมายังขาดการใช้ข้อมูลพื้นฐานทางวิชาการและการจัดระบบที่ดี แม้จะมีความรู้พื้นฐานจากการศึกษาวิจัยแต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดการอย่างมีระบบอย่างยั่งยืนมากนัก ขาดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และยังขาดความรู้พื้นฐานความเข้าใจในเรื่องป่าชายเลน ปัญหาเหล่านี้นำไปสู่การบหารจัดการที่ผิดพลาดและไม่เกิดผลอย่างยั้งยืนเป็นรูปธรรม
ประการสุดท้าย คือ การมีส่วนร่วมของประชาชนยังไม่เพียงพอการบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนหากจะให้ประสบผลสำเร็จบนพื้นฐานของความยั่งยืนนั้น ในอดีตยังขาดความรู้และขาดการมีส่วนร่วม

ดังนั้นต้องให้มีการเรียนรู้และได้รับการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่แต่ละแห่ง รัฐต้องมีการสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มีสิทธิมีส่วนในกระบวนการตัดสินใจการใช้ทรัพยากรป่าชายเลนมีสิทธิในการป้องกันรักษาป่าชายเลนมีการจัดทำประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับความสำคัญของป่าชายเลน การปลูกและฟื้นฟู การป้องกันและอนุรักษ์ อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และในระยะยาวควรมีการจัดหลักสูตรการศึกษาบรรจุเรื่องราวป่าชายเลนตั้งแต่ระดับพื้นฐานในระดับมัธยมต้นและปลายจนถึงระดับมหาวิทยาลัยด้วย

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัยเรื่อง
“การฟื้นฟูและพัฒนาทรัพยากรทางป่าชายเลนเพื่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของประเทศไทย”

ดำเนินการโดย
ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว
ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา และคณะนักวิจัย

00:00
00:00
Empty Playlist