New bio-8-03

งู (Snakes)

งูแมวเซา (Russell’s viper; Daboia siamensis) เป็นงูพิษชนิดหนึ่งที่มีพิษร้ายแรงต่อระบบเลือด จัดอยู่ในวงศ์ Viperidae ชอบอาศัยอยู่ตามที่ดอนแห้งทุ่งนาขดตัวนอนตามโพรงดิน ซอกหินหรือผงหญ้ารก ไม่ขึ้นต้นไม้ พบได้ทั่วไปในประเทศแถบเอเชีย ในประเทศไทยพบได้มากในภาคกลางและภาคตะวันออก ขนาดตัวเต็มวัยความยาว 90 – 150 เซนติเมตร อาหาร ได้แก่ นก หนู กบ เป็นต้น มักออกหากินเวลากลางคืน ออกลูกเป็นตัวครั้งละ 20 – 63 ตัว

งูแมวเซา เป็นงูพิษอันตรายพบได้ทั่วไปในประเทศแถบเอเชีย ในประเทศไทย

พิษงูแมวเซาจัดเป็นหนึ่งในพิษงูอันตรายร้ายแรง ทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในผู้ที่ถูกงูชนิดนี้กัดและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต แต่กระบวนการพยาธิกำเนิดของการเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันอันเนื่องจากพิษงูแมวเซายังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างถ่องแท้

การศึกษาพยาธิสรีรวิทยาเพื่อหากลไกการเกิดภาวะไตวายจากผลของพิษงูจึงมีการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลอง การเปลี่ยนแปลงการทำงานของไตภายหลังได้รับพิษงูเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยหลายอย่างร่วมกันจากผลของพิษงูทั้งทางตรงและทางอ้อม ในสัตว์ทดลองที่ได้รับพิษจะมีการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนเลือดในไต (Renal Hemodynamics) รวมทั้งการทำงานของระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือดทั่วไปลดลง ทำให้มีการขับหลังและการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนชนิดต่างๆ ที่มีผลทำให้หลอดเลือดที่ไตเกิดการหดตัวหรือขยายตัว อัตราการไหลเวียนเลือดที่ทำให้เลือดไปที่ไตลดลงนี้จะก่อให้เกิดพยาธิสภาพไตวายเฉียบพลัน

ข้อบ่งชี้ว่ามีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน เช่นการเกิดภาวะลิ่มเลือดขนาดเล็กกระจายในกระแสเลือด (Disseminated Intravascular Coagulation, DIC) ที่ไต แต่ยังไม่สามารถแยกบทบาทของปัจจัยอื่นที่อาจเป็นตัวเร่งและเสริมฤทธิ์ในกระบวนการเกิด DIC ไตในปัจจุบัน สำหรับพิษงูมีองค์ประกอบหลายชนิดที่มีความซับซ้อน การออกฤทธิ์ของพิษงูอาจเกิดจากองค์ประกอบของพิษแต่ละชนิด หรือมีการออกฤทธิ์ร่วมกัน

พิษงูแมวเซาประกอบด้วยเอนไซม์หลายชนิด เช่น ฟอสโฟไลเปส A2 (Phospholipase A2), เมททัลโลโปรตีเอส (Metalloprotease), ฟอสโฟไดเอสเทอเรส (Phosphodiesterase) และ แอล-อะมิโนแอซิด ออกซิเดส (L-amino acid oxidase) ซึ่งเอนไซม์เหล่านี้ทำให้เกิดพยาธิสภาพต่างๆ ทั่วร่างกายหรือเฉพาะที่ ทำให้เกิดภาวะการอักเสบและนำไปสู่การหลั่งสารไซโตไคนภายในร่างกาย และเป็นพิษต่อไตในที่สุด

งูกะปะ (Malayan pit viper) เป็นงูพิษที่มีพิษรุนแรงมาก มีผลต่อระบบเลือดโดยตรง
ทำให้เกิดอาการแสดงคล้ายงูแมวเซาแต่รุนแรงน้อยกว่า

งูเขียวหางไหม้ตาโต (Large-eyed pit viper) งูพิษอีกชนิดหนึ่งที่มีผลต่อระบบเลือด
แต่มีความรุนแรงน้อยกว่างูแมวเซาและงูกะปะ 

การศึกษาการทำงานของไตในตัวสัตว์ทดลอง หรือ ไตที่แยกออกมาศึกษานอกตัวทำให้ทราบข้อมูลการทำงานของพิษงูแมวเซาที่มีผลต่อไต และยังค้นพบว่าพิษงูแมวเซามีผลต่อการเคลื่อนผ่านของไอออนชนิดต่างๆ ผ่านช่องไอออนบนเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงานของเซลล์ไตซึ่งมีผลทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดภาวะไตวายร่วมด้วย และมีผลต่อการทำงานของไตในระดับเซลล์หรือโมเลกุล ส่งผลให้เกิดการทำลายอวัยวะสำคัญต่างๆ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องมีการศึกษาวิจัยถึงกระบวนการการเปลี่ยนแปลงวิถีในระดับเซลล์หรือโมเลกุลเกี่ยวกับการตายของเซลล์ไตจากผลของพิษงูแบบอะพอพโกซิส (Apoptosis) ต่อไป เพื่อให้ได้องค์ความรู้ในเชิงลึกเกี่ยวกับการออกฤทธิ์ของพิษงูมากยิ่งขึ้น

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัยเรื่อง
“การออกฤทธิ์ทางพยาธิสรีรวิทยาของพิษแมวเซา: บทบาทและกลไกขององค์ประกอบในพิษงูที่เหนี่ยวนำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน”

ดำเนินการโดย
ศ.น.สพ.ดร.ณรงค์ศักดิ์ ชัยบุตร
สถานสาวภา สภากาชาดไทย และคณะนักวิจัย

00:00
00:00
Empty Playlist