Picture9

กัมมัฏฐานล้านนา

จุดหมายสูงสุดในทางพระพุทธศาสนาคือ ‘การหลุดพ้นจากความทุกข์’ ซึ่งการจะหลุดพ้นจากความทุกข์ได้ก็ต้องศึกษาถึงสาเหตุแห่งความทุกข์ ในขณะเดียวกันเมื่อทราบถึงสาเหตุแห่งความทุกข์แล้วก็ต้องลงมือปฏิบัติเพื่อกำจัดความทุกข์ จึงจะสัมผัสผลคือการหลุดพ้นจากความทุกข์ได้ ดังนั้นการศึกษาและการปฏิบัติจึงต้องเป็นไปควบคู่กัน เพราะการศึกษาที่ปราศจากการปฏิบัติ  หรือ การปฏิบัติที่ปราศจากการศึกษาจะทำให้คนหลงทางไม่สามารถถึงจุดมุ่งหมายได้

เมื่อพูดถึงการปฏิบัติธรรมแล้วสิ่งที่ระบุบนพระไตรปิฎกมักจะใช้คำว่า ภาวนา มากกว่า กัมมัฏฐาน ซึ่งภาวนาหมายถึงการเจริญ การทำให้ดีขึ้น การฝึกอบรมจิตใจ โดยแบ่งแยกออกได้เป็น 3 อย่าง คือ กายภาวนา (การอบรมกาย) จิตตภาวนา (การอบรมจิต) และปัญญาภาวนา (การอบรมปัญญา)ส่วนคำว่ากัมมัฏฐานนั้นความหมายดั้งเดิมมีแค่เพียงที่ตั้งของการงานทุกอาชีพ ต่อมากำจัดความให้แคบลงเหลือแค่เพียงการงานทางจิตเท่านั้น

รูปแบบการปฏิบัติในประเทศไทย

เมื่อพุทธศาสนาเข้ามาสู่เมืองไทยในช่วงระยะต้นก็ได้มีการศึกษาและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่ปรากฎในพระไตรปิฎก ต่อมาเมื่อพระอรรถกถาจารย์ในลังกาทวีปได้เขียนข้อความอธิบายพระไตรปิฎกเพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจ อรรถกถาเหล่านั้นก็ได้เผยแพร่เข้ามาสู่เมืองไทยด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามยังเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจและนำมาปฏิบัติได้ในเมืองไทย ทำให้มีผู้ศึกษาและปฏิบัติในเมืองไทยได้เขียนคำอธิบายและเสนอแนวทางแห่งการปฏิบัติที่เหมาะสมแก่คนไทย โดยอ้างอิงจากพระไตรปิฎกและอรรถ

การปฏิบัติกัมมัฏฐานในเมืองไทยจึงมีหลายสำนักเกิดขึ้นด้วยกัน ในที่นี้จะขอสรุปรูปแบบและวิธีปฏิบัติของสำนักปฏิบัติในเมืองไทย ดังต่อไปนี้

  • สายธุดงค์ (พุทโธ) – สายนี้จะถูกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สายพระป่า ที่เน้นเรื่องการเดินธุดงค์ โดยส่วนมากจะเป็นธรรมยุตินิกาย แพร่หลายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย การปฏิบัติจะเน้นเรื่องการบริกรรม “พุทโธ” ในทุกอิริยาบถโดยไม่ได้สัมพันธ์กับลมหายใจหรืออย่างอื่น
  • สายอานาปานสติ – สายนี้จะเน้นสติที่กำหนดลมหายใจเข้า – ออก ให้สติรู้เท่าทันลมหายใจ ไม่ต้องใช้เครื่องมือบริกรรมใด ๆ เพราะทุกขณะเรามีลมหายใจอยู่แล้ว ผู้นำทางด้านการปฏิบัติสายนี้คือ พุทธทาสภิกขุ แห่งสำนักสวนโมกข์
  • สายวิปัสสนากัมมัฏฐานแบบสติปัฏฐาน (ยุบหนอ พองหนอ) – สายนี้จะเน้นสติไปที่กาย เวทนา จิต ธรรม ตามหลักสติปัฏฐาน 4 การใช้สติกำหนดอาการที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นอิริยาบถใหญ่หรืออิริยาบถย่อย เช่น เมื่อท้องยุบก็รู้ว่ายุบ เมื่อท้องพองก็รู้ว่าพอง จนกลายเป็นชื่อสายปฏิบัติที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า สายยุบ – พอง โดยได้นำรูปแบบและวิธีปฏิบัติเหล่านี้มาจากพม่า
  • สายวิชชาธรรมกาย (สัมมาอรหัง) – สายนี้เน้นการเพ่งลูกแก้วใส โดยเคลื่อนลูกแก้วใสนั้นไปตามฐานต่าง ๆ ในร่างกาย และมาสิ้นสุดที่จุดเหนือสะดือขึ้นมา 2 นิ้ว ในขณะที่เพ่งนั้นก็ให้บริกรรมไปด้วยว่า ‘สัมมาอรหัง สัมมาอรหัง สัมมาอรหัง’ ไปเรื่อย ๆ
  • สายประยุกต์ – สายนี้มีการนำเอารูปแบบและวิธีปฏิบัติแบบอานาปานสติและสติปัฏฐานไปปรับประยุกต์ใช้เพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มปฏิบัติ แต่ที่แยกออกไปโดยเฉพาะของสายนี้ก็คือ สายหลวงพ่อเทียน ที่เน้นการเคลื่อนไหวให้สติกำหนดการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ให้ทัน

อย่างไรก็ตามถึงแม้รูปแบบและวิธีปฏิบัติกัมมัฏฐานในประเทศไทยจะมีหลากหลาย แต่ทุกสำนักก็มุ่งไปที่ความดับทุกข์ และการมีสายปฏิบัติที่หลากหลายนั้นก็เพื่อให้ผู้ปฏิบัติตามสายที่เหมาะสมกับจริตหรืออุปนิสัยของตนเอง เพราะการได้ทำตามจริตจะทำให้ผู้ปฏิบัติเข้าใจได้เร็วขึ้นและสุดท้ายได้รับผลของการปฏิบัติเร็วขึ้น

ลักษณะเฉพาะของกัมมัฏฐานล้านนา

เมื่อพุทธศาสนาเข้ามาสู่ล้านนาแล้ว ก็เกิดการผสมผสานกับลัทธิความเชื่อเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว เช่น การนับถือผี ความเชื่อในไสยศาสตร์และโหราศาสตร์ จนกลายมาเป็นลักษณะเฉพาะของพระพุทธศาสนาในล้านนา และการปฏิบัติกัมมัฏฐานของล้านนาที่มีลักษณะเฉพาะ นั่นคือ

  • มีการกล่าวคำถวายข้าวตอกดอกไม้ แล้วกล่าวคำขอขมาแก้ว 5 โกฐาก คือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พระกัมมัฏฐาน ครูบาอาจารย์ การปฏิบัติเช่นนี้จะทำให้ผู้ปฏิบัติน้อมใจของตัวเองเข้าสู่การปฏิบัติ เป็นการปวารณาตนและเตือนตัวเองอยู่เสมอเพื่อไม่ให้เกิดความพลั้งเผลอ
  • เน้นการท่องบทสวดมนต์เป็นหลัก โดยนำบทสวดภาษาบาลีมาแปลเป็นแบบนิสสัยคือการแปลคำต่อคำ ซึ่งการสวดมนต์เป็นการเตรียมตัวเตรียมใจเข้าสู่การปฏิบัติ ทำให้จิตใจสงบได้ง่าย
  • นำเอาลูกประคำมาเป็นอุปกรณ์ในการปฏิบัติ เมื่อภาวนาไปให้นับลูกประคำไปด้วยในแต่ละครั้ง ซึ่งการใช้ลูกประคำนี้เป็นลักษณะพิเศษของพระสงฆ์ในล้านนา ซึ่งจะได้รับลูกประคำจากพระอุปัชฌาย์หลังจากผ่านพิธีบรรพชาอุปสมบทเสร็จแล้ว จนกล่าวได้ว่าลูกประคำเป็นบริขารชนิดหนึ่งที่ขาดไม่ได้ โดยการเก็บลูกประคำนั้นเนื่องจากเป็นของสูงคือของที่คู่กับการปฏิบัติ พระสงฆ์ในล้านนาจึงนิยมนำมาคล้องคอ ในขณะที่นั่งปฏิบัติกัมมัฏฐานก็จะนำออกมานับพร้อมกับการปฏิบัติ
  • มีการแยกการปฏิบัติแบบสมถะกับวิปัสสนาออกจากกันอย่างชัดเจน โดยให้ปฏิบัติสมถะก่อนแล้วจึงปฏิบัติวิปัสสนา จนถึงระดับหนึ่งเมื่อจิตตั้งมั่นแล้วก็สามารถปฏิบัติวิปัสสนาได้เลย โดยสมถกัมมัฏฐานเป็นกัมมัฏฐานที่ทำให้จิตสงบเป็นขั้นตอนเริ่มแรกของการปฏิบัติ เมื่อจิตสงบแล้วก็สามารถปฏิบัติวิปัสสนา คือเริ่มพิจารณาไตรลักษณ์ได้ ถ้าจิตยังไม่สงบการพิจารณาไตรลักษณ์ก็เป็นไปได้ยาก ดังนั้นกัมมัฏฐานล้านนาจึงเน้นไปที่สมถกัมมัฏฐานเป็นเบื้องต้น
  • ในแต่ละขั้นตอนที่ปฏิบัติจะระบุไว้ว่าจิตได้ถึงสมาธิขั้นไหน เกิดปีติอะไรขึ้นบ้าง หลักการปฏิบัติกัมมัฏฐานล้านนานั้นได้ชี้แจงการเกิดขึ้นของปีติเมื่อปฏิบัติเทวตานุสติจบแล้ว หมายความว่าเริ่มแรกผู้ปฏิบัติจะต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่มีอยู่ในตนเองเสียก่อน เช่น สีลานุสติ (การระลึกถึงศีลที่ตนรักษา) จาคานุสติ (การระลึกถึงทาน ความดีที่ตนสร้าง) ซึ่งการระลึกถึงสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายกว่าสิ่งอื่น เนื่องจากเป็นสิ่งที่ดีงามและบริสุทธิ์เมื่อมีอยู่ในตนเองย่อมก่อให้เกิดปีติได้โดยง่าย

กัมมัฏฐานล้านนากำลังจะสูญหายไป

อย่างไรก็ตามรูปแบบและวิธีปฏิบัติกัมมัฏฐานล้านนาเกือบจะสูญเสียไป เนื่องจากการปกครองสงฆ์ที่เอาระเบียบปฏิบัติจากกรุงเทพฯ มาใช้ทั้งหมดโดยมิได้มีการปรับประยุกต์ใช้ นอกจากนั้นยังมีปัจจัยจากการศึกษาที่ใช้หลักสูตรจากกรุงเทพฯ เป็นหลัก ทำให้การปฏิบัติที่เคยปฏิบัติมาตามจารีตนิยมสูญหายไป และการที่พระสงฆ์ในล้านนาไม่มีความเข้มแข็งในจารีตนิยมที่เคยปฏิบัติมา จึงทำให้จารีตนิยมเหล่านั้นค่อย ๆ สูญหายไป รวมถึงการยกย่องแนวทางการปฏิบัติจากส่วนกลาง ซึ่งก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พระสงฆ์ในล้านนาได้ละทิ้งรูปแบบและวิธีปฏิบัติจามจารีตนิยมที่เคยปฏิบัติมา ดังนั้นจึงควรจัดให้มีการฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐานล้านนานี้ให้ครอบคลุม เช่น มหาวิทยาลัยสงฆ์ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ โดยควรบรรจุให้มีการเรียนการสอนในวิชาให้พระนิสิตนักศึกษาได้ศึกษาทุกภาคเรียน

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

โครงการวิจัย “กัมมัฏฐานล้านนา : รูปแบบ วิธีปฏิบัติและการสืบทอด”

หัวหน้าโครงการ : วิโรจน์ อินทนนท์

สนับสนุนโดย : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

เรียบเรียงและกราฟิก ณภัชนิศา วัฒนาเขมาภิรัต
ตรวจภาษาและความถูกต้อง ศศิธร อ่อนละมูล
00:00
00:00
Empty Playlist